"เหล่า กัน มา" ซอสพริกสูตรต้นตำรับถูกใจผู้ชื่นชอบอาหารหลากหลายประเภท
"เหล่า กัน มา" (Lao Gan Ma) แบรนด์ซอสพริกชื่อดังที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในครัวจีนมานานหลายทศวรรษ ยังคงได้รับความนิยมอย่างไม่ลดละในต่างประเทศ ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงมาตลอดหลายปี
จากข้อมูลของวิสาหกิจ 100 อันดับต้นในกุ้ยโจวประจำปี 2025 บริษัท Guiyang Nanming Laoganma Special Flavour Foodstuffs Co. ผู้ผลิตซอสพริก Lao Gan Ma ที่ผลิตได้วันละ 3 ล้านขวด รายงานรายได้ในปี 2024 เท่ากับ 5.39 พันล้านหยวน (754.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 5.38 พันล้านหยวนในปี 2023 ตัวเลขล่าสุดนี้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่สาม ทำให้บริษัทเข้าใกล้จุดสูงสุดของรายได้ในปี 2020 ซึ่งอยู่ที่ 5.4 พันล้านหยวน
ในปี 2023 รายได้จากต่างประเทศของบริษัทเพิ่มขึ้น 30% โดยได้รับการสนับสนุนจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของความนิยมและการปรากฏตัวบนโซเชียลมีเดียที่เพิ่มมากขึ้น แตกต่างจากแบรนด์อาหารหลายแห่งที่ขยายตลาดไปต่างประเทศ Lao Gan Ma แทบไม่ได้ปรับเปลี่ยนสูตรให้เข้ากับรสนิยมท้องถิ่นเลย ซึ่งสูตรนี้ได้สร้างความนิยมในประเทศจีนมานานหลายทศวรรษ
แต่ความสำเร็จของแบรนด์ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขรายได้เพียงอย่างเดียว ความสำเร็จที่แท้จริงอยู่ที่การยึดมั่นในรากฐานของตนเอง โดยนำเสนอรสชาติที่เข้มข้น เผ็ดร้อน และอุดมไปด้วยรสอูมามิ หรือ รสชาติที่กลมกล่อมซึ่งผู้บริโภคต่างชื่นชอบเป็นอย่างมาก
ปัจจุบัน Lao Gan Ma กลายเป็นสัญลักษณ์ของมรดกทางด้านอาหารจีน จู ตานเผิง ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมอาหารกล่าวว่า "แบรนด์นี้แสดงถึงรสชาติอาหารจีนแท้ๆ ที่มีรากฐานมาจากวิธีการทำเกษตรกรรมและเทคนิคการทำอาหารแบบดั้งเดิมที่มีมานานหลายศตวรรษ"
รสชาติต้นตำรับโดนใจผู้บริโภคทั่วโลก รสชาติแบบจีนดั้งเดิมได้รับความนิยมในตลาดที่หลากหลาย "สำหรับชาวจีนโพ้นทะเล มันคือรสชาติของบ้านเกิด สำหรับผู้บริโภคต่างชาติ มันคือการเชื่อมโยงโดยตรงกับประสบการณ์การทำอาหารจีนต้นตำรับ" จู กล่าว
ซอสพริกชนิดนี้มีวางจำหน่ายในกว่า 160 ประเทศ และสามารถพบได้บนชั้นวางสินค้าของซูเปอร์มาร์เก็ตหลักๆ กว่าหนึ่งในสามของทั้งหมดในสหรัฐอเมริกาและยุโรป นอกจากนี้ ยังแพร่หลายไปยังอเมริกาใต้และแอฟริกา โดยจำหน่ายในเปรู บราซิล ไนจีเรีย และซิมบับเว ตลาดซอสพริกทั่วโลกมีมูลค่า 5.72 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2023 และคาดว่าจะเติบโตเป็น 6.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2028 ตามข้อมูลของ Euromonitor International บริษัทวิจัยตลาดในลอนดอน
การที่ซอส Lao Gan Ma ได้รับความนิยมไปทั่วโลกนั้นเกิดจากสองปัจจัยหลัก ได้แก่ รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และพลังของการแพร่กระจายในโซเชียลมีเดีย การบอกต่อกันปากต่อปาก โดยเฉพาะในกลุ่มชาวจีนพลัดถิ่น ผสานกับการพูดคุยในโซเชียลมีเดียอย่าง Instagram และ TikTok ทำให้ซอส Lao Gan Ma ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องทั่วโลก เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ที่เรียกซอสนี้ว่า "ของใช้จำเป็นในครัว" ต่างก็ชื่นชอบและนำไปผสมผสานกับเมนูแปลกใหม่ เช่น ไอศกรีมและอโวคาโด