ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนแปลงโฉมแรงงานของจีนผ่านอาชีพใหม่ๆ การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และธุรกิจสตาร์ทอัปขนาดเล็กที่มีพนักงานเพียงคนเดียว
การพัฒนาอย่างแพร่หลายของปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนแปลงตลาดแรงงานของจีนในรูปแบบที่นอกเหนือไปจากการทดแทนหรือสร้างงานใหม่ AI ได้สร้างอาชีพใหม่ ลดเกณฑ์การเริ่มต้นธุรกิจ และเพิ่มศักยภาพให้พนักงานพัฒนาทักษะเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
ที่สำนักงานซุ่นเฟย เฮลท์แคร์ (Xunfei Healthcare) ในเมืองเหอเฝย เมืองเอกของมณฑลอันฮุย ทางตะวันออกของจีน หู ผิงผิง อดีตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคกระเพาะและลำไส้ ใช้เวลาในแต่ละวันวิเคราะห์ว่าแบบจำลองภาษาทางการแพทย์ขนาดใหญ่สามารถวินิจฉัยกรณีที่ซับซ้อนได้อย่างไร หลังจากเปลี่ยนมาเป็นผู้ฝึกสอน AI เมื่อห้าปีก่อน อาชีพใหม่ของเธอจึงเป็นการผสานความเชี่ยวชาญทางคลินิกเข้ากับเทคโนโลยี AI ที่ล้ำสมัย
การเปลี่ยนแปลงนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการที่กว้างขึ้นภายในแวดวงวิชาชีพของจีนด้วยเช่นกัน เนื่องจาก AI ได้ถูกนำมาใช้ในทุกภาคส่วน จึงเกิดบทบาทใหม่ๆ ขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น นักติดป้ายกำกับเนื้อหาด้วย AI, ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ด้วย AI และนักสร้างแอนิเมชั่นโดยใช้ AI ช่วย
จากรายงาน Global AI Jobs Barometer ปี 2025 ของ PwC พบว่า ตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับ AI เกือบทั้งหมดกำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก และผู้ที่มีทักษะด้าน AI จะได้รับค่าจ้างสูงกว่าคนทั่วไปถึงร้อยละ 56 เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 จากปีที่แล้ว
เมื่อหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์เข้ามามีบทบาทในสายการผลิต อุปกรณ์อัจฉริยะทำงานในฟาร์ม และแบบจำลอง AI ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในห้องข่าว ต่างก็มีข้อกังวลว่า AI อาจเป็นภัยคุกคามต่อการจ้างงานได้เช่นกัน
การพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่รวดเร็วส่งผลให้ช่วงชีวิตการทำงานสั้นลง และท้าทายแนวคิดดั้งเดิมที่ว่า “ต้องเชี่ยวชาญทักษะเดียวไปตลอดชีวิต” โดยที่คนทำงานบางคนพบว่าการเปลี่ยนไปประกอบอาชีพใหม่เป็นเรื่องยาก
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมกล่าวว่า ในบริบทนี้ การเร่งพัฒนาความรู้และทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของเทคโนโลยีใหม่ ๆ และการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงานจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
หยาง เจี้ยน นักออกแบบแฟชั่นที่ผันตัวมาเป็นผู้ประกอบการด้าน AI เห็นว่า AI เป็น “เครื่องมือสุดยอด” ในการปฏิวัติห่วงโซ่อุตสาหกรรมเครื่องแต่งกาย ตั้งแต่การออกแบบและการผลิตไปจนถึงการตลาด
เนื่องจากบริษัทผลิตเครื่องแต่งกายขนาดใหญ่มีความก้าวหน้าในการนำ AI มาใช้แล้ว หยางจึงทุ่มเทความพยายามในการช่วยเหลือบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางให้ใช้ AI เพื่อพัฒนาธุรกิจของตนให้ดียิ่งขึ้น
ที่สำคัญคือ AI กำลังช่วยลดอุปสรรคในการประกอบธุรกิจในประเทศจีนด้วย
ตัวอย่างหนึ่งคือการเติบโตของบริษัทบุคคลเดียว (One Person Companies หรือ OPCs) ซึ่งบุคคลแต่ละคนใช้เครื่องมือ AI ในการสร้างเนื้อหา การดำเนินงาน และการให้บริการ เมืองต่าง ๆ เช่น ซูโจว ในมณฑลเจียงซู ทางตะวันออกของจีน กำลังส่งเสริมตนเองให้เป็นศูนย์กลางที่เป็นมิตรกับ OPCs
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเชื่อว่า การเติบโตของ OPC นี้ ส่วนใหญ่เกิดจากการนำเทคโนโลยี AI มาใช้กันอย่างแพร่หลาย นโยบายและแพลตฟอร์มในท้องถิ่นที่สนับสนุน และจำนวนบุคลากรที่มีความสามารถเพิ่มมากขึ้น