ประสบการณ์ฉลองเทศกาลตรุษจีนสองยุคในกรุงปักกิ่งปี 2007 และ 2026
เทศกาลตรุษจีน หรือ “เทศกาลปีใหม่จีน” ในปีนี้ตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นช่วงเวลาที่สมาชิกในครอบครัวจะกลับมาพบกัน เพื่อร่วมเฉลิมฉลองและเริ่มต้นสิ่งใหม่ เมื่อย้อนกลับไปมองประสบการณ์ในการร่วมฉลองตรุษจีนในกรุงปักกิ่งทั้งในอดีตและปัจจุบันของผู้เขียน ในช่วงในปี 2007 เปรียบเทียบกับปี 2026 ผู้เขียนกลับตระหนักได้ถึงการอยู่ร่วมกันของ “ความดั้งเดิม” และ “ความทันสมัย” อย่างลงตัว บทความชิ้นนี้ผู้เขียนเลยจะพาทุกคนย้อนระลึกถึงตรุษจีนในยุคก่อนที่เทคโนโลยีสมัยใหม่จะมีบทบาทสำคัญ และพาไปชมตรุษจีนในยุคแห่งความทันสมัยว่ามีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรกันบ้าง
ปักกิ่งในปี 2007: ความดั้งเดิมท่ามกลางการเปลี่ยนผ่าน
ในช่วงปี 2006-2009 ผู้เขียนมีโอกาสมาเรียนและทำงานในกรุงปักกิ่ง และได้ร่วมฉลองตรุษจีนในช่วงเวลาดังกล่าว ตรุษจีนในไทยที่เราเคยสัมผัสคือการรวมญาติ การไหว้บรรพบุรุษ รับประทานอาหารร่วมกันและการไปไหว้พระตามศาลเจ้าต่าง ๆ แต่ตรุษจีนในปักกิ่งที่ผู้เขียนได้สัมผัสคือ การได้เห็นการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็ว ของกรุงปักกิ่งเพื่อเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2008 แต่บรรยากาศของเทศกาลตรุษจีนยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของประเพณีดั้งเดิม ถนนหนทางทั่วทั้งเมืองประดับด้วยโคมจีนสีแดงแบบดั้งเดิม ภายในบริเวณที่พักผู้คนออกมาจุดดอกไม้ไฟ และเต็มไปด้วยเสียงประทัดที่ดังกึกก้องตั้งแต่คืนวันก่อนขึ้นปีใหม่ (ฉูซี) เรามีโอกาสได้ไปเดินเล่นงานวัดที่สวนสาธารณะตี้ถาน ซึ่งประดับประดาด้วยโคมกระดาษสีแดงอย่างสวยงาม ได้ชมการแสดงทางวัฒนธรรมเช่น เชิดสิงโต ซื้อผลไม้เชื่อมน้ำตาลที่เรียกว่า “ถังหูลู่” และฟังดนตรีพื้นบ้าน และที่ขาดไม่ได้คือการรับประทานอาหารร่วมกันระหว่างคนในครอบครัว จำได้ดีว่าในตอนนั้นผู้เขียนได้มีโอกาสรับประทานอาหารร่วมกับเหล่าซือที่สอนภาษาจีน อาหารที่ขาดไม่ได้คือ เกี๊ยวต้ม ปลา และเหนียนเกา (ขนมเข่ง) ซึ่งล้วนเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งและความสามัคคี แม้เมืองจะกำลังเปลี่ยนแปลง แต่ความอบอุ่นของชุมชนและความสุขร่วมกันยังคงอยู่เหมือนเดิม
ปักกิ่งในปี 2026: การเฉลิมฉลองในยุคดิจิทัล
เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 ท้องฟ้าของปักกิ่งเต็มไปด้วยตึกระฟ้าและเทคโนโลยีล้ำสมัย การเฉลิมฉลองตรุษจีนได้เปลี่ยนโฉมไปตามยุคสมัย อั่งเปาซองแดงกลายเป็น “อั่งเปาดิจิทัล” ปักกิ่งได้ประกาศห้ามจุดประทัดซึ่งเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม พลุไฟถูกแทนที่ด้วยการแสดงโดรนสุดตระการตา สถานที่ท่องเที่ยวต่างประดับประดาด้วยโคมไฟรูปทรงต่าง ๆ ที่ผลิตด้วยวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และการส่งคำอวยพรปีใหม่ผ่านโทรศัพท์มือถือที่ใช้ระบบ AI สร้างภาพและข้อความเฉพาะบุคคลได้อย่างอบอุ่น
แม้เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่จิตวิญญาณของเทศกาลยังคงเหมือนเดิม ถนนหนทางยังคงประดับด้วยโคมไฟสีแดงและทอง แต่มีความใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การเฉลิมฉลองตรุษจีนในปี 2026 เน้นความยั่งยืนและความเชื่อมโยงระหว่างผู้คนทั่วโลก ครอบครัวที่อยู่ต่างประเทศสามารถร่วมโต๊ะอาหารผ่านระบบภาพเสมือนจริง งานวัดยังคงมีอยู่ แต่เพิ่มความสะดวกด้วยระบบชำระเงินดิจิทัล การซื้อบัตรเข้างานผ่านโทรศัพท์มือถือ และนิทรรศการแบบอินเทอร์แอคทีฟที่ผสมผสานประวัติศาสตร์กับนวัตกรรม
สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการฉลองตรุษจีนทุกยุคสมัยคือ การรับประทานอาหารมื้อค่ำในคืนฉูซี หรือที่ชาวจีนเรียกว่าเหนียนเย่ฟั่น การฉลองตรุษจีนของเราในปีนี้แตกต่างจากในอดีต เราได้รับประทานอาหารร่วมกับครอบครัวในปักกิ่ง และชมการถ่ายทอดสดงาน “ชุนหว่าน” (กาล่าฉลองตรุษจีน) ชุนหว่านเป็นงานฉลองตรุษจีนที่จัดโดย China Media Group และเผยแพร่ทางโทรทัศน์ช่อง CCTV ตั้งแต่ปี 1983 มีการโชว์ร้องเพลง เต้นรำ ละครตลก การแสดงทางวัฒนธรรมและอื่น ๆ รายการแสดงในแต่ละยุคสมัยบอกเล่าเรื่องราวและสะท้อนถึงการพัฒนาของสังคมและเศรษฐกิจในยุคนั้น ๆ ได้อย่างดี ชุนหว่านในอดีตที่เราเคยดูนั้น นอกจากการแสดงทางวัฒนธรรมจีนแล้ว ยังมีการแสดงล้อเลียนละครดัง ๆ ตามแต่ละปีที่ผ่านมา แต่ในปีหลัง ๆ นี้ โดยเฉพาะตั้งแต่ในปี 2024 ที่องค์การยูเนสโกได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้เทศกาลตรุษจีนเป็น “มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ” เริ่มมีการนำความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมาร่วมแสดงในชุนหว่านด้วย โดยเฉพาะการแสดงของหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ที่ร่วมแสดงกับมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นแดนเซอร์ แสดงละคร และแสดงรำกระบองจีน นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลกถึง 85 ภาษา การเฉลิมฉลองตรุษจีนในยุคดิจิทัลจึงเป็นเสมือนสะพานเชื่อมวัฒนธรรมจีนสู่สายตาของผู้ชมทั่วโลก
นอกจากนี้ สิ่งที่ผู้เขียนเห็นถึงการให้ความสำคัญของคุณค่าทางสังคมจีนยังคงปรากฏให้เห็นในชุนหว่าน เช่น ยังมีการร้องเพลงที่ให้กำลังใจผู้ทำงานในช่วงตรุษจีน ขณะที่ทุกคนหยุดพักผ่อนและไปเที่ยว แต่พวกเขาต้องทำงาน เช่น เพลงหรือการแสดงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับไรเดอร์ส่งอาหารส่งของ พนักงานสถานีรถไฟหรือคนขับรถไฟ ทหาร และผู้ให้บริการสาธารณะต่าง ๆ อีกทั้งเนื้อหาที่เกี่ยวกับสายสัมพันธ์ของครอบครัวยังคงเป็นประเด็นหลักที่ไม่หายไปจากชุนหว่าน
นอกจากการชมชุนหว่านแล้ว ผู้เขียนยังได้มีโอกาสเดินเที่ยวงานวัด “ฉ่างเตี้ยนเมี่ยวฮุ่ย” (厂甸庙会) ที่หลิวลี่ฉ่าง (หลิวลี่ฉ่างหมายถึง โรงงานกระเบื้องเคลือบ) ย่านใจกลางกรุงปักกิ่ง เป็นสถานที่จัดงานวัดที่มีประวัติเก่าแก่ยาวนาน ที่นี่เริ่มจัดงานวัดฉลองตรุษจีนครั้งแรกในสมัยราชวงศ์หมิง ราวสี่ร้อยปีก่อนจวบจนมาถึงทุกวันนี้ และเมื่อปี 2006 งานวัดฉ่างเมี่ยวฮุ่ยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติ ใครอยากมาสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นดั้งเดิมของปักกิ่งต้องมาที่นี่ ถนนด้านตะวันออกและตะวันตกของหลิวลี่ฉ่างเต็มไปด้วยร้านค้าเก่าแก่ที่ขายเหวินฝางซื่อเป่าหรือสี่สิ่งล้ำค่าในห้องหนังสือจีน ได้แก่ พู่กันจีน กระดาษซวนจื่อ หมึกจีน และแท่นฝนหมึกจีน นอกจากนี้ยังมีร้านภาพวาดจีน และของสะสมเก่าแก่มากมาย

เวทีแสดงวัฒนธรรมในงานวัด “ฉ่างเตี้ยนเมี่ยวฮุ่ย” กรุงปักกิ่ง ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 (People’s
Daily Online/มณฑา บันดาลศิริกุล)
พันธุ์ปลาทองชาววังที่จัดแสดงในงาน “ฉ่างเตี้ยนเมี่ยวฮุ่ย” ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 (People’s
Daily Online/มณฑา บันดาลศิริกุล)
แก่นแท้ที่ไม่เปลี่ยนแปลง
ผู้เขียนคิดว่า แม้เวลาจะผ่านไปเกือบสองทศวรรษ แต่หัวใจของเทศกาลตรุษจีนยังคงเหมือนเดิม ความตื่นเต้นในคืนก่อนปีใหม่ ความอบอุ่นของการกลับมาพบกันของครอบครัว และความหวังในการมีชีวิตที่ดีและรุ่งเรืองยังคงเป็นสิ่งที่ไม่เคยเลือนหาย คำอวยพรและการมอบของขวัญให้กันยังคงอยู่ แต่เปลี่ยนรูปแบบไปเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงจากปี 2007 สู่ปี 2026 เป็นการปรับตัวตามสังคม สิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีในยุคสมัยใหม่ แต่ยังคงรักษารากเหง้าทางวัฒนธรรมไว้อย่างงดงาม
การได้สัมผัสเทศกาลตรุษจีนในกรุงปักกิ่งทั้งในปี 2007 และ 2026 เปรียบเสมือนการเดินทางผ่านกาลเวลา ที่เผยให้เห็นการเติบโตของปักกิ่งและจิตวิญญาณของผู้คน และเทศกาลนี้ยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นใหม่ ความกตัญญู และความปรารถนาสู่การมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างไม่จืดจาง เพิ่มเติมมากกว่าในอดีตคือการแบ่งปันความสุขและการร่วมฉลองตรุษจีนด้วยกันของคนจากทั่วทุกมุมโลก แม้โลกจะเปลี่ยนไปเพียงใด แต่คุณค่าของครอบครัว ความอบอุ่น และความสุขร่วมกันยังคงส่องสว่างในทุกยุคทุกสมัย

“ถังหูลู่”ในรูปแบบตุ๊กตา ในงาน “ฉ่างเตี้ยนเมี่ยวฮุ่ย” ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 (People’s Daily
Online/มณฑา บันดาลศิริกุล)
ป้ายประชาสัมพันธ์สินค้าเหวินฝางซื่อเป่าในงานวัด “ฉ่างเตี้ยนเมี่ยวฮุ่ย” กรุงปักกิ่ง ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์
2569 (People’s Daily Online/มณฑา บันดาลศิริกุล)