บทสัมภาษณ์พิเศษ: โภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภาไทย และนายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน
โภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภาไทย และนายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ให้สัมภาษณ์พิเศษกับผู้สื่อข่าว People's Daily Online โดยระบุว่า ภายใต้บริบทของสถานการณ์ระหว่างประเทศที่มีความผันผวนในปัจจุบัน ไทยและจีนควรร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาประชาคมไทย-จีนที่มีอนาคตร่วมกัน ให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนยิ่งขึ้น เสริมสร้างความมั่นคงของผลสำเร็จด้านการพัฒนาของทั้งสองประเทศ และร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น
เมื่อกล่าวถึงนโยบายยกเว้นการตรวจลงตราระหว่างประเทศจีน และประเทศไทย โภคิน พลกุล เห็นว่า ทั้งสองประเทศมีความใกล้ชิดกันมาแต่เดิม มาตรการดังกล่าวจะช่วยอำนวยความสะดวกให้การติดต่อทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างกันมีความคล่องตัวยิ่งขึ้น และช่วยกระตุ้นความร่วมมือทวิภาคีให้ขยายตัวมากยิ่งขึ้น
“การแลกเปลี่ยนระดับประชาชนถือเป็นสะพานสำคัญในการเสริมสร้างความเข้าใจและมิตรภาพระหว่างประเทศ” โดยเขาได้เน้นย้ำเป็นพิเศษถึงความสำคัญของการทูตภาคประชาชน
“เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้บรรยายให้แก่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ไทย-จีน ณ เมืองหางโจว เพื่อหารือถึงทิศทางความร่วมมือในอนาคต” โภคิน พลกุล กล่าว พร้อมระบุว่า สำหรับผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศ ปัจจัยสำคัญอันดับแรกในการดำเนินธุรกิจคือ “ความเชื่อมั่น” ซึ่งจะค่อย ๆ ก่อตัวและหยั่งรากลึกขึ้นบนพื้นฐานของการรู้จักและการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง
โภคิน พลกุล ชี้ว่า “ข้อริเริ่ม ‘หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง’ ของประเทศจีน ช่วยยกระดับการเชื่อมโยงระหว่างประเทศในภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างโอกาสการพัฒนาที่จับต้องได้ให้กับประเทศที่เข้าร่วม”
อีกทั้งเขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยได้รับประโยชน์อย่างมากในด้านเกษตรกรรม การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐาน “ประสบการณ์ความสำเร็จของการพัฒนาสไตล์จีนเป็นสิ่งที่ไทยสามารถนำมาปรับใช้ ขณะเดียวกันความเชี่ยวชาญของจีนในด้านปัญญาประดิษฐ์ รถไฟความเร็วสูง และเมืองอัจฉริยะ กำลังส่งผลดีต่อพันธมิตรทั่วโลก”
“ประเทศจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทย” โภคิน พลกุล กล่าว พร้อมเน้นว่า จีนมีศักยภาพในการผลิตสินค้าอย่างมหาศาล และมีระบบโลจิสติกส์ที่สมบูรณ์แบบ ความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศในด้านโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) มีศักยภาพสูง ขณะเดียวกันประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่ใจกลางอาเซียน สามารถช่วยจีนขยายตลาดไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสร้างความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย
นอกจากนี้ โภคิน พลกุลยังชี้ว่า เขาจะมุ่งเน้นความร่วมมือในด้านการค้า วัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนเยาวชน เพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศและเสริมสร้างมิตรภาพไทย-จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น