เจ้าหน้าที่ระดับสูงจีนยืนยัน: ไม่มีการใช้แรงงานบังคับในซินเจียง พร้อมชี้แจงกฎหมายส่งเสริมความเป็นเอกภาพและความก้าวหน้าทางด้านชาติพันธุ์ ทั้งระบุข้อกล่าวหาไม่มีมูลความจริง

(People's Daily Online)วันศุกร์ 26 มิถุนายน 2026


ภาพจากสำนักงานสารสนเทศแห่งคณะรัฐมนตรีจีน

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นายเฉิน รุ่ยเฟิง ผู้อำนวยการคณะกรรมการกิจการกลุ่มชาติพันธุ์แห่งชาติได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อชี้แจงประเด็นที่สื่อตะวันตกบางสำนักนำเสนอเกี่ยวกับสถานการณ์แรงงานในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ โดยนายเฉินได้ยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับความเป็นจริง พร้อมทั้งระบุว่าไม่มีการโยกย้ายถิ่นฐานหรือแรงงานในลักษณะที่ถูกบังคับตามที่ปรากฏเป็นข่าว และเห็นว่าการนำเสนอดังกล่าวอาจเกิดจากความเข้าใจที่ยังไม่สมบูรณ์ต่อสถานการณ์อันแท้จริงในพื้นที่

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สำนักงานสารสนเทศแห่งคณะรัฐมนตรีจีนได้จัดการแถลงข่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับ "กฎหมายส่งเสริมความเป็นเอกภาพและความก้าวหน้าทางด้านชาติพันธุ์" (the Ethnic Unity and Progress Promotion Law) ซึ่งเป็นกฎหมายพื้นฐานด้านกิจการชาติพันธุ์ของจีน โดยกฎหมายฉบับดังกล่าวมีกำหนดจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป

นายเฉิน รุ่ยเฟิงชี้แจงว่ากฎหมายส่งเสริมความเป็นเอกภาพและความก้าวหน้าทางด้านชาติพันธุ์ได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า สิทธิและผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของประชาชนที่เดินทางไปแสวงหางานหรือประกอบกิจการในต่างพื้นที่จะได้รับการคุ้มครอง

นอกจากนี้ นายเฉินยังให้ข้อมูลว่า เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ยึดมั่นในยุทธศาสตร์ที่ให้ความสำคัญกับการจ้างงานเป็นอันดับแรก และทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อส่งเสริมการจ้างงานที่มีคุณภาพและเพียงพอ ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ซินเจียงได้ดำเนินมาตรการต่างๆ มากมายเพื่อขยายโอกาสทางการจ้างงาน ส่งผลให้มีผู้ได้รับการจ้างงานใหม่ประมาณ 2.392 ล้านคน ขณะที่แรงงานภาคเกษตรได้ออกไปทำงานนอกพื้นที่ภูมิลำเนารวมทั้งสิ้น 16.1 ล้านครั้ง นอกจากนี้ รายได้สุทธิต่อหัวของประชากรในเขตเมืองและชนบทเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 5.3 และร้อยละ 8.1 ต่อปี ตามลำดับ

นายเฉิน รุ่ยเฟิง ยังกล่าวในตอนท้ายว่า การมีอาชีพถือเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยซินเจียงได้พัฒนาระบบนโยบายด้านการจ้างงานที่เป็นธรรม ควบคู่กับการเสริมสร้างกลไกคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของแรงงานอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงช่วยคุ้มครองสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของแรงงานเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนที่สามารถทำงานได้มีงานทำ อีกทั้งยังส่งเสริมการทำงานโดยสมัครใจและอาชีพที่เหมาะสมแก่ประชาชนทุกกลุ่มชาติพันธุ์อย่างเต็มที่