บทวิเคราะห์: “ห่วงโซ่อุปทานจีน” สามารถขับเคลื่อนอนาคตได้อย่างไร?
งานมหกรรมส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานนานาชาติจีน ครั้งที่ 4 ปิดฉากลงเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน โดยมีบริษัทและองค์กรจาก 85 ประเทศและภูมิภาคเข้าร่วมงานกว่า 1,200 แห่ง สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
จำนวนผู้จัดแสดงจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 36.5 ขณะที่บริษัทในกลุ่มฟอร์จูน 500 และผู้นำอุตสาหกรรมคิดเป็นกว่าร้อยละ 65 ของผู้เข้าร่วมงานทั้งหมด
งานในปีนี้มีการจัดตั้งโซนปัญญาประดิษฐ์เป็นครั้งแรก พร้อมยกระดับแนวคิดจาก “ห่วงโซ่เทคโนโลยีดิจิทัล” สู่ “ห่วงโซ่เทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะ” เป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการส่งเสริมความร่วมมือระดับโลกในอุตสาหกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์
บริษัทข้ามชาติหลายแห่งระบุว่าความยืดหยุ่น ความสามารถในการตอบสนองอย่างรวดเร็ว และศักยภาพด้านนวัตกรรมของห่วงโซ่อุปทานจีนเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการวางกลยุทธ์และการขยายธุรกิจในระดับโลก
รายงานที่เผยแพร่ในงานครั้งนี้ยังชี้ให้เห็นว่าดัชนีหลายด้านของห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางกระแสกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้น “ห่วงโซ่อุปทานจีน” ได้สร้างความแน่นอนและเสถียรภาพอันมีค่าสำหรับระบบห่วงโซ่อุปทานของโลก
ปัจจุบันมีองค์กรทั้งจีนและต่างประเทศ 115 แห่ง ที่ได้จองพื้นที่จัดแสดงล่วงหน้าสำหรับงานในปีถัดไป สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอย่างสูงของภาคธุรกิจทั่วโลกต่อการกระชับความร่วมมือกับจีน
บทวิเคราะห์ระบุว่าด้วยพลังแห่งนวัตกรรมและความมีชีวิตชีวาอย่างต่อเนื่อง “ห่วงโซ่อุปทานจีน” จะยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมโลกและสร้างโอกาสใหม่ให้กับเศรษฐกิจในอนาคต