ก้าวสู่สังคมนิยมสมัยใหม่แห่งจีน : รากฐานอันมั่นคงจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพึ่งพาตนเอง สู่ความเข้มแข็งที่ยั่งยืน

(People's Daily Online)วันพุธ 08 กรกฎาคม 2026

“วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นพลังขับเคลื่อนพัฒนา นวัตกรรมคือกุญแจสู่อนาคต”

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมท้องถิ่นเป็นครั้งแรกของปีแรกแห่งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ของจีน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เดินทางไปยังอุทยานนวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอี้จวง กรุงปักกิ่ง พร้อมเน้นย้ำอีกครั้งว่า “หัวใจสำคัญของการสร้างประเทศสังคมนิยมที่ทันสมัยและเข้มแข็ง คือการพึ่งพาตนเองและการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี”

นับตั้งแต่การก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กำหนดนโยบายและวางแนวทางเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งขับเคลื่อนการบรรลุการพึ่งพาตนเองและการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับสูง

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี พ.ศ. 2563 ห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานของโลกเกิดการหยุดชะงักในบางส่วน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจภายในประเทศของจีน

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ระบุว่า “สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการขยายตัวของการนำเข้าและส่งออกในปริมาณมากได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว จำเป็นต้องกำหนดแนวคิดใหม่ในการนำพาการพัฒนาให้ก้าวหน้าไปตามสถานการณ์ใหม่” จากแนวคิดดังกล่าว จึงได้ก่อเกิดรูปแบบการพัฒนาใหม่ภายใต้กรอบ “ยุทธศาสตร์วงจรคู่ขนาน” หรือ Dual Circulation

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มองการณ์ไกล พร้อมเน้นย้ำ “เรายิ่งต้องเร่งยกระดับขีดความสามารถด้านนวัตกรรมด้วยตนเองอย่างเต็มที่ และก้าวข้ามอุปสรรคด้านเทคโนโลยีหลักที่มีความสำคัญโดยเร็วที่สุด นี่คือประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับภาพรวมการพัฒนาของประเทศ และยังเป็นกุญแจสำคัญในการก่อให้เกิดรูปแบบการพัฒนาที่มีการหมุนเวียนภายในประเทศเป็นแกนหลัก”

การพึ่งพาตนเองและการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับสูง ถือเป็นหลักประกันเชิงยุทธศาสตร์ของการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง “จีนจะเข้มแข็ง ประชาชนชาวจีนจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จำเป็นต้องมีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง”