ความร่วมมือด้านนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เติมพลังขับเคลื่อนใหม่สู่ประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน

(People's Daily Online)วันพุธ 22 กรกฎาคม 2026

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 นายกรัฐมนตรีไทย อนุทิน ชาญวีรกูล เสร็จสิ้นภารกิจการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 5 วัน ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย

พาน เยี่ยนเสียน รองศาสตราจารย์จากวิทยาลัยอาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซี กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างจีน-ไทยกำลังก้าวผ่านจากการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานแบบดั้งเดิม ไปสู่ระยะใหม่แห่งการประสานความร่วมมือด้านเทคโนโลยีล้ำสมัยและการร่วมสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรม พร้อมเป็นแบบอย่างสำหรับความร่วมมือด้านนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยตนเองของประเทศในกลุ่มซีกโลกใต้

จากแถลงการณ์ร่วมที่จีนและไทยเผยแพร่เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม จะเห็นได้ว่า ความร่วมมือด้านนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในครั้งนี้ ยึดมั่นบนหลักการแห่งผลประโยชน์ร่วมกัน การสร้างผลลัพธ์ที่เอื้อประโยชน์แก่ทุกฝ่าย รวมถึงการเปิดกว้างและการมีส่วนร่วม โดยไม่มุ่งเป้าไปยังบุคคลที่สาม ทั้งยังสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาโลกในปัจจุบัน ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างรากฐานความร่วมมือทวิภาคีในระยะยาว ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี การร่วมพัฒนาบุคลากร ตลอดจนการผลักดันการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในทางปฏิบัติ

เมื่อพิจารณาจากพัฒนาการความร่วมมือระหว่างจีน-ไทย จะเห็นได้ว่า ความร่วมมือด้านนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศมีรากฐานที่มั่นคงและสั่งสมมาอย่างยาวนาน ตลอดช่วงที่ผ่านมา มีกลุ่มอิทธิพลภายนอกพยายามหยิบยกแนวคิด “ทฤษฎีการพึ่งพาเทคโนโลยี” มาเผยแพร่ เพื่อบั่นทอนความร่วมมือด้านนวัตกรรมระหว่างจีนกับอาเซียน อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์อย่างชัดเจนว่า ความร่วมมือจีน-ไทยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเสมอภาค ความสมัครใจ และการเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน โดยจีนมีจุดแข็งด้านเทคโนโลยีที่พัฒนาแล้วและห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่ครบวงจร ขณะที่ไทยมีศักยภาพด้านตลาด ทำเลที่ตั้ง และฐานรองรับด้านอุตสาหกรรม ทั้งสองฝ่ายร่วมแบ่งปันมาตรฐานทางเทคโนโลยี ร่วมสร้างแพลตฟอร์มนวัตกรรม และไม่มีลักษณะของการพึ่งพาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงด้านเดียว

ประเทศไทยได้แสดงจุดยืนต่อสาธารณะหลายครั้งว่า การเลือกความร่วมมือกับจีนในด้านนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานของผลประโยชน์และการพัฒนาของประเทศ โดยไม่ผูกโยงกับฝ่ายใดในทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงจุดยืนอันแน่วแน่ของประเทศในภูมิภาคที่มุ่งแสวงหาแนวทางการพัฒนาที่มีความเป็นอิสระ

นอกเหนือจากความสำเร็จอันเป็นรูปธรรมด้านนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแล้ว การเยือนครั้งนี้ยังนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงความร่วมมือในหลายด้านระหว่างจีนและไทย เพื่อเสริมสร้างกลไกสนับสนุนความร่วมมือแบบรอบด้าน และวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีในอนาคต

ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา จีน-ไทยใช่อื่นไกลพี่น้องกัน สายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศได้รับการสืบสานและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกำลังขับเคลื่อนความร่วมมือจีน-ไทยสู่บทใหม่แห่งการพัฒนา ความสำเร็จด้านความร่วมมือในหลากหลายสาขาที่เกิดขึ้นระหว่างการเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีไทยในครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน

จีนและไทยกำลังร่วมกันยกระดับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีล้ำสมัย ซึ่งไม่เพียงช่วยเร่งกระบวนการพัฒนาสู่ความทันสมัยของทั้งสองประเทศเท่านั้น แต่ยังจะสร้างพลังเชิงบวกที่ยั่งยืนต่อการบูรณาการอาเซียน เสถียรภาพของห่วงโซ่อุตสาหกรรมในภูมิภาค ตลอดจนการยกระดับธรรมาภิบาลด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับโลก