ทะเลสาบเกลือฉาเอ่อร์ฮั่น: แหล่งทรัพยากรน้ำเกลือทรงคุณค่า ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว

(People's Daily Online)วันศุกร์ 24 กรกฎาคม 2026

“ทะเลสาบเกลือแห่งนี้ดูราวกับสระน้ำสีเขียวมรกต ภาพถ่ายไม่สามารถถ่ายทอดความงดงามได้อย่างแท้จริง” คุณจาง นักท่องเที่ยวจากเมืองชิงเต่า มณฑลซานตง ทางตะวันออกของจีน กล่าวขณะถ่ายภาพริมบ่อเกลือในพื้นที่ท่องเที่ยว ทะเลสาบเกลือฉาเอ่อร์ฮั่นในเมืองเก๋อเอ่อร์มู่ มณฑลชิงไห่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน

เบื้องหน้าของเธอคือผืนน้ำเกลือสีเขียวมรกต ขณะที่ด้านหลังมีผลึกเกลือสีขาวเปล่งประกายระยิบระยับท่ามกลางแสงแดด และไกลออกไปคือแนวท่อส่งน้ำเกลือจากสถานีสูบน้ำที่ทอดยาวไปทั่วภูมิทัศน์อันกว้างใหญ่ ผืนน้ำแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงส่วนสำคัญในห่วงโซ่การผลิตปุ๋ยโพแทชเท่านั้น แต่ยังเป็นทิวทัศน์ทางธรรมชาติอันโดดเด่นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว สะท้อนให้เห็นการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนระหว่างอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว

ใต้ผิวน้ำสีเขียวมรกต น้ำเกลือจะผ่านกระบวนการสกัดที่กินเวลาหลายสิบวันและทอดยาวกว่า 100 กิโลเมตร โดยเริ่มจากการระเหยในบ่อเกลือเพื่อแยกเกลือโซเดียม จากนั้นจึงสกัดโพแทสเซียม ก่อนนำน้ำเกลือที่เหลือไปผลิตเป็นลิเทียมคาร์บอเนต ทุกหยดของน้ำเกลือได้รับการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าผ่านกระบวนการสกัดต่อเนื่อง จนสามารถดึงทรัพยากรสำคัญอย่างโพแทสเซียมและลิเทียมออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ทะเลสาบเกลือฉาเอ่อร์ฮั่นครอบคลุมพื้นที่ 5,856 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ใจกลางแอ่งฉายต๋ามู่ (Qaidam Basin) และถือเป็นทะเลสาบเกลือที่ใหญ่ที่สุดของจีน

โพแทสเซียมคือทรัพยากรล้ำค่าชนิดแรกที่ถูกค้นพบที่นี่ ในช่วงทศวรรษ 1950 คนงานก่อสร้างทางหลวงตุนหวง-เก๋อเอ่อร์มู่ (Dunhuang-Golmud Highway) สังเกตว่าน้ำในทะเลสาบมีรสขม จากการตรวจสอบในห้องปฏิบัติการพบว่าน้ำดังกล่าวมีโพแทสเซียมคลอไรด์เป็นองค์ประกอบ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2501 นักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่เทคนิคประสบความสำเร็จในการผลิตปุ๋ยโพแทชจากน้ำเกลือได้ 10 กิโลกรัม นับเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งโรงงานปุ๋ยโพแทชฉาเอ่อร์ฮั่น ซึ่งปัจจุบันคือ Qinghai Yanhu Industry Co., Ltd. ในปีเดียวกัน โรงงานแห่งนี้ผลิตปุ๋ยโพแทชได้ 950 ตัน ถือเป็นครั้งแรกที่จีนสามารถผลิตปุ๋ยชนิดสำคัญนี้ได้เอง

“โพแทสเซียมเป็นหนึ่งในธาตุอาหารหลัก 3 ชนิดที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช” คุณหลิว ชิงชิง รองผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาทรัพยากรของบริษัท Qinghai Yanhu Industry Co., Ltd. กล่าว พร้อมระบุว่า การขยายกำลังการผลิตปุ๋ยโพแทชภายในประเทศมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความมั่นคงทางอาหารของจีน

ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีที่ผ่านมา คนงานเหมืองเกลือและนักวิจัยหลายรุ่นได้พัฒนาเทคโนโลยีสำคัญหลายด้าน เช่น การระเหยด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ในน้ำลึกระดับอุตสาหกรรม เครื่องเก็บเกี่ยวแร่ลอยน้ำที่ขับเคลื่อนด้วยระบบตีนตะขาบ (crawler) พร้อมหัวตัดคู่และเทคโนโลยีเปลี่ยนแร่โพแทชคุณภาพต่ำจากของแข็งเป็นของเหลว

กระบวนการลอยแร่แบบย้อนกลับร่วมกับเทคโนโลยีการตกผลึกแบบเย็นที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง ช่วยเพิ่มระดับการพึ่งพาตนเองด้านปุ๋ยโพแทชของจีนอย่างมาก

คุณหลิว ชิงชิงกล่าวว่า “ปัจจุบัน กำลังการผลิตปุ๋ยโพแทชต่อปีของบริษัทอยู่ที่ 5 ล้านตัน คิดเป็นประมาณ 60% ของผลผลิตทั้งหมดของจีน”

แม้ปุ๋ยโพแทชจะเป็นอุตสาหกรรมหลักดั้งเดิมของทะเลสาบเกลือฉาเอ่อร์ฮั่นมาอย่างยาวนาน แต่ลิเทียมที่สกัดจากน้ำเกลือของทะเลสาบกำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตใหม่อย่างรวดเร็ว

เพื่อแก้ปัญหาอัตราส่วนแมกนีเซียมต่อลิเทียมที่อยู่ในระดับสูงของทะเลสาบ บริษัท Qinghai Yanhu Industry Co., Ltd. ได้พัฒนากระบวนการดูดซับและการแยกด้วยเยื่อกรอง เทคโนโลยีดังกล่าวใช้สารดูดซับที่บริษัทพัฒนาขึ้นเองเพื่อคัดแยกและดักจับไอออนลิเทียมโดยเฉพาะ ก่อนผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ด้วยเยื่อกรอง เพื่อผลิตลิเทียมคาร์บอเนตเกรดแบตเตอรี่ ผลผลิตที่ได้สนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่และอุตสาหกรรมกักเก็บพลังงานของจีน

คุณหลิว ชิงชิง กล่าวว่า บริษัทมีกำลังการผลิตลิเทียมคาร์บอเนตต่อปีอยู่ที่ 80,000 ตัน

นอกจากนี้คุณหลิว ชิงชิง ยังระบุว่า “ด้วยการสกัดทรัพยากรหลายชนิดจากน้ำเกลือในทะเลสาบเกลือผ่านกระบวนการต่อเนื่องหลายขั้นตอน บริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด”

ในปี พ.ศ. 2564 มณฑลชิงไห่ได้กำหนดแผนการพัฒนาเพื่อสร้างฐานอุตสาหกรรมทะเลสาบเกลือระดับโลก ศูนย์กลางพลังงานสะอาดแห่งชาติ แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศระดับนานาชาติ และผู้จัดหาผลิตภัณฑ์เกษตรและปศุสัตว์สีเขียวและเกษตรอินทรีย์รายสำคัญ ต่อมา บริษัท Qinghai Yanhu Industry Co., Ltd. ได้เริ่มพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอุตสาหกรรม

พื้นที่ท่องเที่ยวทะเลสาบเกลือฉาเอ่อร์ฮั่นต้อนรับนักท่องเที่ยวมากกว่า 500,000 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2566 เพิ่มเป็น 1 ล้านครั้ง ในปี พ.ศ. 2567 และมากกว่า 1.43 ล้านครั้ง ในปี พ.ศ. 2568

คุณอู๋ กวางหยา รองผู้จัดการทั่วไปของพื้นที่ท่องเที่ยว กล่าวว่า “คาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวมาเยือน 1.8 ล้านครั้ง”

ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวครอบคลุมเกือบ 10 ตารางกิโลเมตร และมีแผนยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม พร้อมนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวและประสบการณ์ใหม่ ๆ แก่นักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ คุณอู๋ กวางหยา ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “เราหวังว่านักท่องเที่ยวจะไม่ได้มาเพียงเพื่อชื่นชมทัศนียภาพเท่านั้น แต่ยังได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับทรัพยากรและวัฒนธรรมของทะเลสาบเกลือแห่งนี้ด้วย”

ขณะที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากขึ้นบันทึกภาพผืนน้ำสีเขียวมรกตของทะเลสาบเกลือฉาเอ่อร์ฮั่นผ่านเลนส์กล้อง ทะเลสาบแห่งนี้ก็กำลังได้รับการยอมรับในมิติที่มากกว่าเพียงแหล่งทำเหมืองเก่าแก่