เปิดข้อเท็จจริง ขจัดต้นตอ “ทฤษฎีกำลังการผลิตล้นเกิน”
เมื่ออุตสาหกรรมของบางประเทศไม่สามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย จนสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน หรือเผชิญภาวะอุตสาหกรรมภายในประเทศถดถอย บางฝ่ายกลับเลือกมุ่งเน้นไปที่ปัจจัยภายนอก และมองว่าการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมของจีนเป็นหนึ่งในสาเหตุของความท้าทายดังกล่าว
ท่ามกลางสถานการณ์ที่บางประเทศนำประเด็นด้านเศรษฐกิจและการค้าไปเชื่อมโยงกับการเมือง พร้อมทั้งหยิบยกประเด็น “กำลังการผลิตล้นเกินของจีน” และเพิ่มมาตรการจำกัดทางการค้าต่อจีน กระทรวงพาณิชย์จีนได้เผยแพร่เอกสาร “จุดยืนของจีนต่อประเด็น ‘กำลังการผลิตล้นเกิน’” อย่างเป็นทางการ
เอกสาร “จุดยืน” ฉบับดังกล่าวได้มุ่งวิเคราะห์อย่างเป็นกลางถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ การอุดหนุนอุตสาหกรรม การเกินดุลการค้า ความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจ การแข่งขันในตลาด และ “กำลังการผลิตล้นเกิน” พร้อมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวอย่างเป็นระบบและรอบด้าน
ศาสตราจารย์ชุย ฝาน จากมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยธุรกิจระหว่างประเทศและเศรษฐศาสตร์ (UIBE) กล่าวว่า เอกสาร “จุดยืน” ดังกล่าวได้ช่วยชี้แจงและแก้ไขความเข้าใจที่คลุมเครือหรือคลาดเคลื่อนบางประการเกี่ยวกับประเด็นกำลังการผลิต ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางในระดับนานาชาติ อาทิ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หากปล่อยให้กลไกตลาดเพียงอย่างเดียวเป็นผู้แก้ไข อาจไม่สามารถตอบสนองต่อความจำเป็นเร่งด่วนในการลดการปล่อยคาร์บอนได้ ดังนั้น การผสาน “ตลาดที่มีประสิทธิภาพ” เข้ากับ “รัฐบาลที่มีบทบาทอย่างเหมาะสม” จึงจะช่วยรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น
ข้อมูลจากสำนักงานพลังงานทดแทนระหว่างประเทศ (IRENA) ระบุว่า ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยโดยเฉลี่ยของพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกลดลงสะสมมากกว่า 60% และ 80% ตามลำดับ โดยความสำเร็จดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นผลมาจากนวัตกรรมของจีน การผลิตของจีน และกำลังการผลิตของจีน
การแก้ไขต้นตอของแนวคิด “ทฤษฎีกำลังการผลิตล้นเกิน” ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเปิดศึกทางวาทกรรม หากแต่มุ่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง คลายข้อกังขา และนำไปสู่ความร่วมมือเพื่อประโยชน์ร่วมกัน ดังที่เอกสาร “จุดยืน” ระบุว่า การส่งเสริมความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่อุตสาหกรรมบนพื้นฐานของความร่วมมือที่ต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์และมีความเป็นรูปธรรม จะช่วยขยายโอกาสการพัฒนาของโลก ซึ่งเป็นผลประโยชน์ร่วมของทุกประเทศ
จีนในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียง “โรงงานของโลก” ที่เติบโตและแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากยังเป็น “ตลาดโลก” ที่มีพลวัตและศักยภาพสูงอีกด้วย การพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ของจีนจึงไม่ใช่ “ผลกระทบจากจีน 2.0” สำหรับโลก แต่คือ “โอกาสจากจีน 2.0” ที่เปิดกว้างให้ทั่วโลกได้ร่วมแบ่งปัน