บริษัท AI จีนหนุนตลาดเกิดใหม่: พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ในประเทศ

(People's Daily Online)วันพุธ 12 สิงหาคม 2026


ภาพถ่ายวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ผู้มาเยี่ยมชมทดลองใช้งาน จอโปร่งใส AI แบบหลายภาษา ซึ่งสามารถตรวจจับและแปลภาษาได้แบบเรียลไทม์
ณ ศูนย์ประสบการณ์ภายในวิทยาเขตสำนักงานใหญ่ด้าน AI ของ iFLYTEK ในนครเหอเฝย มณฑลอันฮุย ทางตะวันออกของจีน (ซินหัว)

ภายในห้องจัดแสดงอัจฉริยะของ Safaricom ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของเคนยา มนุษย์ดิจิทัลที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเทคโนโลยีจีนกำลังสาธิตบริการหลักของธุรกิจแบบเรียลไทม์ พร้อมนำเสนอข้อมูลจากรายงานทางการเงินแก่ผู้เข้าชมผ่านฟังก์ชันโต้ตอบอัจฉริยะ

ในตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพสูงด้านเศรษฐกิจดิจิทัล บริษัท AI ของจีนกำลังร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ เพื่อพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นภายในประเทศและปรับให้เข้ากับภาษาท้องถิ่น รวมถึงความต้องการของแต่ละภาคอุตสาหกรรม

ที่ผ่านมา โมเดลภาษาขนาดใหญ่ชั้นนำของโลกมักให้ความสำคัญกับภาษาที่มีผู้ใช้จำนวนมาก ส่งผลให้ชุมชนที่ใช้ภาษาซึ่งมีผู้พูดจำนวนน้อยยังไม่ได้รับบริการอย่างทั่วถึง ผู้เชี่ยวชาญหลายรายเตือนว่า ประเทศที่ใช้ภาษาซึ่งไม่แพร่หลายอาจมีความเสี่ยงที่จะถูกทิ้งไว้เบื้องหลังในยุค AI และช่องว่างทางเทคโนโลยีดังกล่าวได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่บริษัท AI ของจีนให้ความสนใจ

ด้วยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการประมวลผลเสียงและภาษา บริษัทเทคโนโลยีจีน iFLYTEK ได้เร่งพัฒนาเทคโนโลยีรองรับหลายภาษา โดยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ด้านเสียง Spark สามารถรองรับการรู้จำเสียงพูดและการแปลภาษาพร้อมกันได้มากกว่า 130 ภาษา

เพื่อรองรับตลาดอาเซียน iFLYTEK ได้สร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน โดยอาศัยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาของประเทศอาเซียน คลังข้อมูลภาษาจำนวนมาก และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในพื้นที่ บริษัทได้เปิดตัวฐานโมเดลภาษาขนาดใหญ่พหุภาษาสำหรับอาเซียน (Spark ASEAN Multilingual Large Model Base)

ฐานโมเดลดังกล่าวรองรับ 10 ภาษา ได้แก่ ภาษามลายู ภาษาอินโดนีเซีย ภาษาเวียดนาม และภาษาไทย เป็นต้น โดยให้ประสิทธิภาพใกล้เคียงกับโมเดลชั้นนำระดับนานาชาติ แม้ใช้จำนวนพารามิเตอร์น้อยกว่า ช่วยให้สามารถนำ AI ไปใช้งานเฉพาะด้านในประเทศสมาชิกอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

บริษัทได้ลงนามความร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศต่าง ๆ เช่น ลาว มาเลเซีย และไทย ขณะที่ในมาเลเซีย บริษัทได้ร่วมกับ Enjoy TV & Film Broadcasting Corporation จัดตั้งศูนย์พากย์เสียงและแปลภาษาหลายภาษาอัจฉริยะ โดยใช้โมเดลดังกล่าวรองรับการแปลมากกว่า 130 ภาษา และมุ่งสร้างระบบนิเวศการพากย์เสียงอัจฉริยะที่มุ่งเน้นตลาดเอเชีย

ต่ง ปิน รองประธานฝ่ายการตลาดแบรนด์ของ iFLYTEK กล่าวว่า “โมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักยังมีข้อจำกัดอย่างชัดเจนเมื่อนำไปให้บริการในตลาดต่างประเทศหลายแห่ง ขณะที่ความต้องการโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ปรับให้เหมาะกับภาษาท้องถิ่นมีอยู่จริงและมีสูง”

ต่ง ปินกล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทได้เปิดซอร์สโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของตนเอง ทำให้ทีมนักพัฒนาจากต่างประเทศเกือบ 600,000 ทีมสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เฉพาะของตนผ่านอัลกอริทึมและเครื่องมือด้านเสียงพูดของบริษัท นอกจากนี้ บริษัทยังผลักดันการนำโซลูชัน AI ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไปใช้งานในต่างประเทศ โดยครอบคลุมด้านการศึกษา การแพทย์ และสำนักงาน

บริษัทจีนจำนวนมากขึ้นกำลังนำเสนอทางเลือกด้าน AI ที่หลากหลายแก่ประเทศกำลังพัฒนา ผ่านรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างกัน

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ DeepSeek ซึ่งโมเดลแบบเปิดของบริษัทเป็นทางเลือกที่มีค่าใช้จ่ายเข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับนักพัฒนาในแอฟริกา โดยมีค่าใช้บริการประมาณ 0.27 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ล้านโทเคนสำหรับข้อมูลนำเข้า และ 1.10 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ล้านโทเคนสำหรับข้อมูลส่งออก ซึ่งถูกกว่าทางเลือกจำนวนมากในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การเปิดซอร์สยังช่วยลดอุปสรรคด้านต้นทุนสำหรับนักพัฒนาในท้องถิ่นในการเริ่มต้นใช้งาน

ที่กรุงไคโร Huawei ได้เปิดตัวโมเดลภาษาขนาดใหญ่ภาษาอาหรับที่มีพารามิเตอร์ 1 แสนล้านรายการเป็นครั้งแรก โดยฝึกฝนด้วยชุดข้อมูลภาษาอาหรับในท้องถิ่นจากภาคการเงิน พลังงาน และน้ำมันและก๊าซ โมเดลดังกล่าวมีความแม่นยำในการรู้จำเสียงพูด 96 เปอร์เซ็นต์ และให้บริการครอบคลุมกว่า 20 ประเทศและภูมิภาคที่ใช้ภาษาอาหรับ ช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถด้าน AI ภายในประเทศของเศรษฐกิจเหล่านี้ โดยใช้ข้อมูลในท้องถิ่นที่สะท้อนบริบททางวัฒนธรรมและภาษาของแต่ละพื้นที่

บริษัท 01.AI ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงปักกิ่ง ได้ร่วมกับคาซัคสถานจัดตั้ง Q.AI เพื่อพัฒนาและนำโมเดลภาษาขนาดใหญ่ เอเจนต์ AI และแพลตฟอร์ม AI สำหรับองค์กรที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการในท้องถิ่นไปใช้งาน

หลี่ คายฟู่ ซีอีโอของ 01.AI กล่าวว่า “เราเคารพอธิปไตยด้านข้อมูลของแต่ละประเทศ และให้ความสำคัญกับการติดตั้งระบบและดำเนินงานภายในประเทศ ภายใต้กรอบความร่วมมือที่เปิดกว้าง มีส่วนร่วม และยั่งยืน” พร้อมระบุว่า ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่างคาซัคสถานไม่ควรเพียงซื้อโมเดลหรือว่าจ้างบุคคลภายนอกให้จัดหาเทคโนโลยี AI แต่ควรพัฒนาขีดความสามารถด้าน AI ของประเทศที่สร้างขึ้นและพึ่งพาตนเองได้ โดยอาศัยข้อมูล ภาษา อุตสาหกรรม และกฎระเบียบด้านการกำกับดูแลของตนเองเป็นพื้นฐาน

บริษัท AI ของจีนมีแนวทางร่วมกันอย่างชัดเจนในการขยายสู่ตลาดโลก นั่นคือการเสริมศักยภาพให้แก่พันธมิตรในท้องถิ่นแทนที่จะเข้ามาแทนที่ โดยความร่วมมือเหล่านี้มุ่งส่งเสริมการเติบโตทางดิจิทัลอย่างทั่วถึง และช่วยให้ประเทศกำลังพัฒนาลดช่องว่างทางดิจิทัล ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ที่ทั้งภาคธุรกิจและผู้กำหนดนโยบายของจีนให้ความสำคัญ

การประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก (World AI Conference) ประจำปี 2569 จัดขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้ ทางตะวันออกของจีน เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ภายในงาน จีนได้เสนอแนวทางการพัฒนา AI อย่างเปิดกว้างและเอื้อประโยชน์ร่วมกัน พร้อมช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถด้าน AI ให้แก่ประเทศในกลุ่ม Global South นอกจากนี้ จีนยังให้คำมั่นว่าจะมอบโอกาสด้านการฝึกอบรมและสัมมนาเกี่ยวกับ AI จำนวน 5,000 ครั้งแก่ประเทศกำลังพัฒนาภายในช่วง 5 ปีข้างหน้า