จีนรับมือความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงช่วงฤดูร้อนอย่างไร?

(People's Daily Online)วันพฤหัสบดี 13 สิงหาคม 2026


ภาพถ่ายทางอากาศจากโดรนวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 แสดงให้เห็นสายส่งไฟฟ้าขาออกจากสถานีแปลงไฟฟ้าอวี๋เป่ย
โครงการส่งไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูงพิเศษ ±800 กิโลโวลต์ ฮามี่-ฉงชิ่ง ในนครฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน (ซินหัว)

ทุกปี อุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นถือเป็นบททดสอบสำคัญของระบบโครงข่ายไฟฟ้าจีนในช่วงฤดูร้อน โดยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลายเมืองใหญ่เผชิญสภาพอากาศร้อนจัดและความชื้นสูง ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์

แม้ภาพการดับไฟเป็นระยะเพื่อรับมือกับภาวะไฟฟ้าตึงตัวในช่วงฤดูร้อนจะยังไม่ใช่เรื่องที่ห่างไกลจากความทรงจำ แต่ผู้ดำเนินงานระบบโครงข่ายไฟฟ้าทั่วจีนสามารถรับมือกับช่วงพีกของฤดูร้อนปี พ.ศ. 2569 ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ด้วยความก้าวหน้าในการสร้างหลักประกันด้านแหล่งจ่ายไฟและเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบโครงข่าย

การส่งไฟฟ้าระยะไกลด้วยเทคโนโลยีไฟฟ้าแรงดันสูงพิเศษ (UHV) ระบบกักเก็บพลังงาน และโรงไฟฟ้าเสมือน เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่ช่วยรักษาเสถียรภาพของการจ่ายไฟ ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น

การส่งไฟฟ้าระยะไกล

บททดสอบจากอากาศร้อนในช่วงฤดูร้อนถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับนครฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนที่มีประชากรมากกว่า 30 ล้านคน และได้รับฉายาว่าเป็นหนึ่งใน “เตาหลอม” ของจีน เนื่องจากฤดูร้อนมีอากาศร้อนอบอ้าวอย่างมาก

การเดินเครื่องปรับอากาศในเมือง รวมถึงสายการผลิตรถยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูง สร้างแรงกดดันอย่างมากต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าในท้องถิ่น แต่สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว หลังสายส่งไฟฟ้าเส้นทางฮามี่-ฉงชิ่ง ซึ่งมีความยาว 2,260 กิโลเมตร และใช้เทคโนโลยีไฟฟ้าแรงดันสูงพิเศษ (UHV) เริ่มเปิดดำเนินการ

สายส่ง UHV ดังกล่าวส่งไฟฟ้าที่ผลิตในเมืองฮามี่ เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ไปยังนครฉงชิ่ง โดยกว่า 70% ของไฟฟ้าที่ส่งผ่านสายดังกล่าวมาจากแหล่งพลังงานสะอาด

ซว่าย หง รองหัวหน้าวิศวกรศูนย์ควบคุมและสั่งการระบบไฟฟ้า บริษัท State Grid Chongqing Electric Power กล่าวว่า “นี่คือแหล่งความมั่นใจที่สำคัญที่สุดของเราในการรับมือกับความต้องการใช้ไฟฟ้าช่วงพีกฤดูร้อน”

ซว่าย หง ระบุว่า ปีนี้ไฟฟ้าที่ฉงชิ่งรับซื้อจากนอกพื้นที่คิดเป็นประมาณหนึ่งในสามของภาระโหลดทั้งหมดของระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะสายส่งฮามี่-ฉงชิ่ง ซึ่งสามารถส่งไฟฟ้าได้สูงสุด 6 ล้านกิโลวัตต์ในช่วงพีก หรือเทียบเท่ากับประมาณหนึ่งในห้าของภาระการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของเมือง

UHV เป็นเทคโนโลยีส่งไฟฟ้าที่ใช้ระดับแรงดันไฟฟ้าสูงเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับการส่งไฟฟ้าในระยะทางไกล เนื่องจากช่วยลดการสูญเสียพลังงาน สายส่งไฟฟ้าเส้นทางฮามี่-ฉงชิ่ง เป็นหนึ่งในสายส่ง UHV มากกว่า 40 สายของจีนที่สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ผลิตพลังงานกับพื้นที่ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง โดยทรัพยากรพลังงานของจีนส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ทางตะวันตก ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดอยู่ในพื้นที่ตอนกลางและตะวันออกของประเทศ

ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา อุณหภูมิที่พุ่งสูงมักทำให้โรงงานอุตสาหกรรมต้องลดกำลังการผลิต ขณะที่ภาคธุรกิจต้องควบคุมการใช้ไฟฟ้า บริษัท Chongqing Wang Cheng Technology Co., Ltd. ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และเครื่องจักรแห่งหนึ่ง เผชิญกับปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอด

ก่อนที่จะสามารถเข้าถึงไฟฟ้าที่ผลิตจากซินเจียง การผลิตของบริษัทได้รับผลกระทบจากภาวะไฟฟ้าขาดแคลนในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ทำให้ต้องเร่งผลิตสินค้าล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าสูง และแบ่งคำสั่งซื้อออกเป็นล็อตเล็ก ๆ

แต่ในฤดูร้อนปีนี้ สายการผลิตอัจฉริยะกว่า 100 สายของบริษัทสามารถเดินเครื่องเต็มกำลัง โดยไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงหรือเร่งผลิตสินค้าล่วงหน้าอีกต่อไป ทำให้สามารถวางแผนและปรับจังหวะการผลิตได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น โดยไม่ต้องขึ้นอยู่กับปริมาณไฟฟ้าที่มีในแต่ละฤดูกาล

เทคโนโลยี UHV ยังมีประสิทธิภาพเป็นพิเศษในการส่งไฟฟ้าพลังงานสะอาดจากพื้นที่ที่มีทรัพยากรลมและแสงอาทิตย์อุดมสมบูรณ์ไปยังเมืองใหญ่ต่าง ๆ เช่น ในช่วงฤดูร้อนปีนี้ กรุงปักกิ่งได้รับไฟฟ้าสีเขียวผ่านระบบที่เรียกว่า “การส่งต่อพลังงานแสงอาทิตย์-พลังงานลม”

ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากมณฑลชิงไห่ทางตะวันตกเฉียงเหนือถูกส่งผ่านสายส่ง UHV สองสายเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของกรุงปักกิ่งในช่วงกลางวัน ขณะที่เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางคืน ไฟฟ้าจากกังหันลมในมณฑลเฮยหลงเจียงทางตะวันออกเฉียงเหนือจะเข้ามารับช่วงต่อ

พลังงานหมุนเวียนกำลังมีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นในการขับเคลื่อนระบบไฟฟ้าของประเทศ โดย สิ้นปี พ.ศ. 2568 พลังงานหมุนเวียนคิดเป็นมากกว่า 60% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งทั้งหมดของจีน ขณะที่แผนพัฒนาพลังงานหมุนเวียนแห่งชาติในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2569-2573) ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนที่แล้ว มีเป้าหมายเพิ่มบทบาทของพลังงานหมุนเวียนในการสนับสนุนระบบไฟฟ้าให้มากยิ่งขึ้น

สร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน

การรับมือกับช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในฤดูร้อนไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงกับการเพิ่มปริมาณไฟฟ้า แต่ยังต้องอาศัยความสามารถในการสร้างสมดุลระหว่างการผลิตและการใช้ไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ด้วย

ในมณฑลซานตง ระบบกักเก็บพลังงานกำลังทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเป็นแหล่งพลังงานสำรองให้แก่โครงข่ายไฟฟ้า เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม บริษัท State Grid Shandong Electric Power ได้จัดการควบคุมการจ่ายไฟจากระบบกักเก็บพลังงานทั่วทั้งมณฑล หลังความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงพีกตอนกลางวันและช่วงค่ำพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ในช่วงค่ำของวันดังกล่าว สถานีกักเก็บพลังงาน 172 แห่งทั่วมณฑล ซึ่งประกอบด้วยสถานีแบบอิสระ 73 แห่ง และสถานีที่สร้างขึ้นเป็นระบบสนับสนุนโครงการพลังงานใหม่อีก 99 แห่ง เริ่มจ่ายไฟพร้อมกัน โดยมีกำลังการจ่ายไฟรวมสูงสุด 11.98 ล้านกิโลวัตต์

โจว เหล๋ย จากศูนย์ควบคุมและสั่งการระบบไฟฟ้าของบริษัท State Grid Shandong Electric Power กล่าวว่า กำลังการจ่ายไฟสูงสุดดังกล่าวเทียบเท่ากับภาระการใช้ไฟฟ้าของนครจี่หนาน เมืองเอกของมณฑลซานตง และช่วยให้ทั้งมณฑลสามารถผ่านพ้นช่วงความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในช่วงค่ำได้

ด้วยจุดเด่นด้านการตอบสนองที่รวดเร็วและความยืดหยุ่น ระบบกักเก็บพลังงานรูปแบบใหม่จึงกลายเป็นทรัพยากรสำคัญในการลดภาระการใช้ไฟฟ้าช่วงพีกและลดความผันผวนของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ตัวอย่างเช่น ระบบดังกล่าวสามารถกักเก็บไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนส่วนเกินในช่วงกลางวัน และจ่ายไฟกลับเข้าสู่ระบบในช่วงเย็นที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง

เมื่อสิ้นเดือนกรกฎาคม มณฑลซานตงมีกำลังการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานรูปแบบใหม่รวม 14.41 ล้านกิโลวัตต์

ระบบกักเก็บพลังงานเป็นเพียงหนึ่งในกลไกสำคัญ ขณะเดียวกัน ระบบโครงข่ายไฟฟ้าของจีนกำลังหันมาใช้ผู้บริโภคเป็นอีกหนึ่งแหล่งสร้างความยืดหยุ่นให้กับระบบมากขึ้น โดยผ่านเทคโนโลยี Vehicle-to-Grid (V2G) รถยนต์ไฟฟ้าสามารถรับไฟฟ้าส่วนเกินในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟต่ำ และจ่ายไฟกลับเข้าสู่โครงข่ายเมื่อความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา นครอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน ได้ทดลองใช้กลไกราคาสำหรับระบบ V2G เปิดทางให้รถยนต์พลังงานใหม่และอุปกรณ์ชาร์จส่วนบุคคลที่เข้าเกณฑ์สามารถจ่ายไฟกลับเข้าสู่โครงข่ายได้ เจ้าของรถสามารถชาร์จไฟในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟต่ำ และจ่ายไฟคืนในช่วงพีก เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม พร้อมทั้งช่วยลดภาระการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของระบบ