สี จิ้นผิงชี้ BRICS ควรยืนหยัดในทิศทางที่ถูกต้อง พร้อมมีบทบาทแนวหน้า

(People's Daily Online)วันอังคาร 15 กันยายน 2026


ภาพถ่ายวันที่ 12 กันยายน 2569 สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมวาระที่ 1 ของ
การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มบริกส์ (BRICS) ครั้งที่ 18 ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย (ซินหัว)

สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า ประเทศสมาชิก BRICS ควรยืนหยัดในแนวทางที่ถูกต้องตามประวัติศาสตร์ และมุ่งมั่นเป็นพลังแนวหน้าแห่งยุคสมัย

ในการกล่าวสุนทรพจน์การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มบริกส์ (BRICS) ครั้งที่ 18 ณ กรุงนิวเดลี สี จิ้นผิงระบุว่า ปีนี้ครบรอบ 20 ปีของความร่วมมือ BRICS พร้อมกล่าวว่ากลไกดังกล่าวได้พัฒนาเป็นเวทีความร่วมมือที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกสำหรับประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา

นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลอดระยะเวลา 2 ทศวรรษที่ผ่านมา BRICS ได้พัฒนาเป็นเวทีที่กว้างขวางยิ่งขึ้นสำหรับการส่งเสริมการเติบโตร่วมกัน การเจรจาหารือ และการเพิ่มบทบาทของประเทศกลุ่มซีกโลกใต้ (Global South) ในองค์กรระหว่างประเทศ โดยคาดว่าในอนาคตกลุ่ม BRICS จะสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น และส่งเสริมระเบียบโลกที่มีความสมดุลและครอบคลุมมากขึ้น

สองทศวรรษแห่งความร่วมมือ BRICS

กลไกความร่วมมือ BRICS เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2006 โดยการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม BRIC ครั้งแรกจัดขึ้นที่เมือง Yekaterinburg ของรัสเซียในปี 2009 และอีกหนึ่งปีต่อมา แอฟริกาใต้เข้าร่วมกลุ่ม ส่งผลให้ BRIC เปลี่ยนเป็น BRICS

นับแต่นั้น กลไกดังกล่าวได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านจำนวนสมาชิกและขอบเขตความร่วมมือ ปัจจุบัน ประเทศสมาชิก BRICS มีประชากรรวมกันเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรโลก คิดเป็นประมาณ 30% ของเศรษฐกิจโลก และหนึ่งในห้าของการค้าโลก โดยมีบทบาทในการส่งเสริมโลกที่มีความเป็นตัวแทนและมีหลายขั้วมากขึ้น ตลอดจนเพิ่มเสียงของประเทศกลุ่มซีกโลกใต้ในเวทีโลก

Rakhim Oshakbayev ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยประยุกต์ TALAP ในคาซัคสถาน และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการลงทุนและการพัฒนาแห่งคาซัคสถาน กล่าวว่า ทศวรรษแรกของความร่วมมือ BRICS เป็นช่วงหลักของการจัดตั้งกลไก ขณะที่ทศวรรษที่สองเป็นช่วงของการขยายตัว

อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของ BRICS ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่มจำนวนสมาชิก

สี จิ้นผิงกล่าวว่า ประเทศสมาชิก BRICS ได้จัดตั้งกรอบความร่วมมือที่ครอบคลุมและมีหลายระดับ พร้อมนำพาความร่วมมือ BRICS เข้าสู่ระยะใหม่ของการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง เพื่อยกระดับความร่วมมือ BRICS ให้มากยิ่งขึ้น

Balew Demissie ที่ปรึกษาอาวุโสของสถาบันศึกษานโยบายแห่งเอธิโอเปีย กล่าวว่า BRICS ไม่ได้มุ่งแทนที่สถาบันระดับโลกที่มีอยู่ แต่ต้องการเสริมสร้างการเจรจาหารือ ความเสมอภาค การเคารพซึ่งกันและกัน และความร่วมมือระหว่างประเทศต่าง ๆ

Balew Demissie กล่าวว่า BRICS ซึ่งมีสมาชิกเพิ่มขึ้น ได้เปิดเวทีให้เศรษฐกิจเกิดใหม่ทั่วโลกมีเสียงที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นในประเด็นระดับโลก เช่น การค้า การพัฒนา การเงิน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สันติภาพ และความมั่นคง


ภาพถ่ายวันที่ 12 กันยายน 2569 ผู้นำประเทศสมาชิก BRICS ถ่ายภาพหมู่ระหว่างการประชุมวาระที่ 1 ของ
การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มบริกส์ (BRICS) ครั้งที่ 18 ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย (ซินหัว)

บทบาทแนวหน้า

สำหรับการพัฒนา BRICS ในอนาคต สี จิ้นผิงชี้ว่า กลุ่มประเทศสมาชิกควรมีบทบาทแนวหน้าในการขับเคลื่อนการพัฒนาด้วยนวัตกรรม

สี จิ้นผิง กล่าวว่า ประเทศสมาชิก BRICS ควรเสริมสร้างความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมผลักดันความร่วมมือเชิงปฏิบัติไปสู่สาขาใหม่ ๆ และยกระดับความร่วมมือให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น และจีนได้เสนอความริเริ่มเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ในกลุ่มประเทศ BRICS และพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นในด้านการวิจัย การพัฒนา และการประยุกต์ใช้ ตลอดจนกระชับความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

Rakhim Oshakbayev กล่าวว่า เทคโนโลยีเกิดใหม่ เช่น AI มีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดช่องว่างทางเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ระหว่างประเทศที่มีความสามารถด้านแบบจำลองขั้นสูง ศักยภาพด้านการประมวลผล และความสามารถในการกำหนดมาตรฐาน กับประเทศที่ยังคงเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีเป็นหลัก พร้อมกล่าวว่า การวิจัยร่วม เครือข่ายการวิจัย ตลอดจนการศึกษาและการฝึกอบรมภายใต้ BRICS สามารถเปิดโอกาสให้ประเทศกำลังพัฒนามีส่วนร่วมในนวัตกรรมทางเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ สี จิ้นผิงยังชี้ว่า BRICS ควรมีบทบาทแนวหน้าในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพ

สี จิ้นผิง กล่าวว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยความขัดแย้งครั้งนี้สร้างความสูญเสียอย่างร้ายแรงแก่ประชาชนในประเทศต่าง ๆ ของภูมิภาค และขัดต่อผลประโยชน์ร่วมกันของประชาคมระหว่างประเทศ

Diaa Helmy ผู้ก่อตั้งและเลขาธิการหอการค้าอียิปต์-จีน กล่าวว่า BRICS เป็นเวทีสำคัญสำหรับความร่วมมือมากกว่าการเผชิญหน้า พร้อมกล่าวว่า “ภายใน BRICS เราไม่ได้แข่งขันกัน แต่ต่างเติมเต็มซึ่งกันและกัน”


ภาพถ่ายวันที่ 24 กันยายน 2567 ศิลปินจากจีนบรรเลงบทเพลงคลาสสิกจากประเทศสมาชิก BRICS ด้วยกู่เจิง
ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีจีนแบบดั้งเดิม ณ เมืองคาซาน ประเทศรัสเซีย (ซินหัว)

การแลกเปลี่ยนระหว่างอารยธรรม

ในประเด็นการแลกเปลี่ยนระหว่างอารยธรรม สี จิ้นผิงชี้ว่า ประเทศสมาชิก BRICS ควรส่งเสริมค่านิยมร่วมกันของมนุษยชาติ สนับสนุนการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ระหว่างอารยธรรม ตลอดจนการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและกลมกลืน

Rakhim Oshakbayev กล่าวว่า การแลกเปลี่ยนดังกล่าวสามารถช่วยให้สังคมต่าง ๆ มีความเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น โดยเคารพความแตกต่าง พร้อมเสริมว่า BRICS สามารถนำประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์มาสนับสนุนการเจรจาระหว่างอารยธรรมบนพื้นฐานของความเท่าเทียม

นอกจากนี้ สี จิ้นผิงยังชี้ว่า BRICS ควรมีบทบาทแนวหน้าในการปฏิรูปและยกระดับการกำกับดูแลโลก

สี จิ้นผิง กล่าวว่า กลุ่มประเทศสมาชิกควรก้าวให้ทันแนวโน้มที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมีความเสมอภาคมากขึ้น ส่งเสริมระบบการกำกับดูแลโลกที่มีความยุติธรรมและเป็นธรรมมากขึ้น และยึดมั่นในบทบาทและอำนาจขององค์การสหประชาชาติ

Balew Demissie ที่ปรึกษาอาวุโสของสถาบันศึกษานโยบายแห่งเอธิโอเปีย กล่าวว่า BRICS ไม่ได้มุ่งแทนที่สถาบันระหว่างประเทศที่มีอยู่ แต่ต้องการทำให้การกำกับดูแลโลกมีความเป็นตัวแทนมากขึ้น และตอบสนองต่อผลประโยชน์และความปรารถนาของกลุ่มประเทศซีกโลกใต้ได้มากขึ้น

BRICS เตรียมจัดประชุมสุดยอดที่จีน

ในการกล่าวสุนทรพจน์ สี จิ้นผิงประกาศว่า จีนจะรับไม้ต่อเป็นประธาน BRICS และเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มบริกส์ (BRICS) ครั้งที่ 19 ในปีหน้า

ในการดำรงตำแหน่งประธาน BRICS ที่ผ่านมา จีนมีบทบาทสำคัญในการผลักดันวาระความร่วมมือของ BRICS ตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา จีนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอด BRICS มาแล้ว 3 ครั้ง โดยแต่ละครั้งถือเป็นหมุดหมายสำคัญครั้งใหม่ในการพัฒนาของกลุ่ม

เมื่อจีนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอด BRICS ครั้งแรกที่เมืองซานย่า ซึ่งเป็นเมืองตากอากาศเขตร้อนในปี 2011 แอฟริกาใต้ได้เข้าร่วมการประชุมในฐานะสมาชิกใหม่เป็นครั้งแรก

หกปีต่อมา ที่เมืองเซี่ยเหมิน สี จิ้นผิงเสนอแนวทางความร่วมมือ “BRICS Plus” โดยเชิญผู้นำจากประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิก BRICS เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ และกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนากับประเทศกำลังพัฒนา หรือความร่วมมือใต้-ใต้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

เมื่อจีนดำรงตำแหน่งประธาน BRICS อีกครั้งในปี 2022 ผู้นำประเทศสมาชิกได้ประชุมกันผ่านระบบออนไลน์ โดยจีนชี้ให้สร้าง “หุ้นส่วนความร่วมมือคุณภาพสูงที่ครอบคลุม ใกล้ชิด เป็นรูปธรรม และเปิดกว้างมากขึ้น” พร้อมเน้นย้ำการพัฒนาระดับโลก การประชุมสุดยอดครั้งดังกล่าวได้วางรากฐานสำหรับการขยายสมาชิกครั้งใหญ่ของกลุ่มในปีถัดมา


ภาพถ่ายทางอากาศจากโดรนวันที่ 17 มิถุนายน 2565 เผยให้เห็นอาคารสำนักงานใหญ่ของธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่
(New Development Bank) ในนครเซี่ยงไฮ้ ทางตะวันออกของจีน (ซินหัว)

ขณะที่ความร่วมมือ BRICS ก้าวเข้าสู่ “ทศวรรษทอง” ครั้งที่สาม บทใหม่กำลังเริ่มต้นขึ้นโดยมีจีนเป็นประธาน โดยกลุ่มประเทศซีกโลกใต้จะมีเสียงที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นในเวทีโลก

Farhana Paruk ผู้เชี่ยวชาญด้านจีน-แอฟริกาจากเมืองเคปทาวน์ กล่าวว่า คาดว่าจีนจะทำงานร่วมกับประเทศสมาชิก BRICS อื่น ๆ เพื่อส่งเสริมระบบการกำกับดูแลโลกที่มีความยุติธรรมและเป็นธรรมมากขึ้น ด้วยการสนับสนุนพหุภาคีนิยม ตลอดจนเพิ่มการมีส่วนร่วมของกลุ่มประเทศซีกโลกใต้ในสถาบันด้านการเงินและการเมือง

Salah El-Din Fahmy ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาลัย Al-Azhar ของอียิปต์ กล่าวว่า “เชื่อว่าการดำรงตำแหน่งประธาน BRICS ของจีนในครั้งนี้อาจเปิดฉากระยะใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น และลดช่องว่างระหว่างเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก”

Salah El-Din Fahmy กล่าวว่า “BRICS ยังคงอยู่ระหว่างการพัฒนา” พร้อมระบุว่า จีนสามารถช่วยผลักดันกระบวนการดังกล่าวให้ก้าวหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงดำรงตำแหน่งประธาน โดยมุ่งเน้นประเด็นที่ประเทศสมาชิกมีผลประโยชน์ร่วมกัน และส่งเสริมความร่วมมือที่จะช่วยให้กลุ่มมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น และมีศักยภาพในการรับมือกับความท้าทายระดับโลกได้ดียิ่งขึ้น