มหกรรมการค้าดิจิทัลโลกสะท้อนจีนเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าดิจิทัลทั่วโลก

(People's Daily Online)วันจันทร์ 28 กันยายน 2026


ภาพถ่ายวันที่ 24 กันยายน 2569 ผู้เข้าชมงานมหกรรมการค้าดิจิทัลระดับโลก (GDTE) ครั้งที่ 5 ณ เมืองหางโจว มณฑล
เจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน (ซินหัว)

ไม่มีพวงมาลัย ไม่มีแป้นคันเหยียบ และไม่มีกระจกมองหลัง สำหรับปีที่ 5 ติดต่อกันที่งานมหกรรมการค้าดิจิทัลโลก (Global Digital Trade Expo) เทสลายังคงนำเสนอนวัตกรรมที่ก้าวข้ามจินตนาการของผู้คน โดยครั้งนี้มาพร้อมกับ “Cybercab” รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ

Cybercab เป็นรถยนต์สองที่นั่งที่มาพร้อมประตูแบบปีกนกและหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่สำหรับการโต้ตอบกับผู้ใช้งาน โดยอาศัยระบบกล้องสำหรับการมองเห็นและเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ในการตรวจจับและนำทาง ทำให้รถสามารถขับเคลื่อนได้โดยไม่ต้องมีมนุษย์ควบคุม

รถยนต์แห่งอนาคตคันนี้เป็นเพียงหนึ่งในตัวอย่างของเทคโนโลยีที่สะท้อนภาพอนาคตซึ่งขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จัดแสดงภายในงาน โดยผู้แสดงสินค้ามากกว่าหนึ่งในสามมุ่งเน้นด้าน AI ขณะที่ฐานนำร่องการประยุกต์ใช้ AI ต่าง ๆ ได้เปิดตัวพร้อมกัน ส่งผลให้ AI กลายเป็นหนึ่งในจุดเด่นสำคัญของงานในปี 2569

งานมหกรรมการค้าดิจิทัลโลก ครั้งที่ 5 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ณ เมืองหางโจว ศูนย์กลางเทคโนโลยีในมณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของจีน โดยมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 50,000 คนจาก 163 ประเทศและภูมิภาค งานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ AI ในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการค้า ตลอดจนความมุ่งมั่นของจีนในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าดิจิทัลในระดับโลก


ภาพถ่ายวันที่ 24 กันยายน 2569 ผู้เข้าชมพื้นที่จัดแสดงด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในงานมหกรรมการค้าดิจิทัลระดับ
โลก (GDTE) ครั้งที่ 5 ณ เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน (ซินหัว)

AI และเศรษฐกิจดิจิทัล

ตั้งแต่ระดับครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงการบริหารจัดการเมือง งานมหกรรมฯ ได้นำเสนอแนวโน้มและปัจจัยขับเคลื่อนใหม่ ๆ ของการค้าดิจิทัลในยุค AI พร้อมเร่งผลักดันการนำผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีล้ำสมัยไปใช้ในเชิงพาณิชย์ เพื่อขยายสู่ตลาดทั่วโลกในวงกว้างยิ่งขึ้น

ในด้านการบริหารจัดการเมือง การบูรณาการข้อมูลจากอวกาศเข้ากับ AI กำลังถูกนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงอย่างรวดเร็ว โดยบริษัท Merit Interactive ผู้ให้บริการด้านข้อมูลอัจฉริยะระดับมืออาชีพ ได้เปิดตัว “MUMO” โมเดล AI ขนาดใหญ่สำหรับการจัดการจราจรในเมือง ซึ่งผสานภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูงเข้ากับข้อมูลการจราจรภาคพื้นดิน

ฟาง อี้ CEO ของ Merit Interactive กล่าวว่า “ตำรวจจราจรสามารถใช้โมเดลดังกล่าวจำลองรูปแบบการจัดสัญญาณไฟจราจรแบบ ‘คลื่นเขียว’ ในเขตเมือง พร้อมเปรียบเทียบความยาวของแถวรถและความสามารถในการรองรับปริมาณการจราจรภายใต้สถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงแผนการควบคุมสัญญาณไฟจราจรให้เหมาะสมยิ่งขึ้น”


ภาพถ่ายวันที่ 24 กันยายน 2569 ผู้เข้าชมชาวต่างชาติ (ซ้าย) ทดลองสวมแว่นตาอัจฉริยะในงานมหกรรมการค้าดิจิทัล
ระดับโลก (GDTE) ครั้งที่ 5 ณ เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน (ซินหัว)

สำหรับผู้บริโภค AI กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติและตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากขึ้น โดย Rokid ผู้ให้บริการแว่นตาอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้นำแว่นตา AI รุ่นที่ 2 มาจัดแสดงภายในงานที่เมืองหางโจว ซึ่งมาพร้อมฟังก์ชันนำทางแบบเรียลไทม์ การแปลภาษาแบบทันที และการถ่ายภาพ

“ผู้ช่วย AI พัฒนาขึ้นจนสามารถเข้าใจสิ่งที่คุณต้องการได้” เย่ จื่อหลิง พนักงานประจำบูธของ Rokid กล่าว พร้อมระบุว่าแว่นตารุ่นใหม่นี้รองรับการแปลภาษาแบบสองทาง รวมถึงการแปลระหว่างการสนทนา

ขณะเดียวกัน AI ยังเข้ามาเพิ่มศักยภาพให้ภาคธุรกิจ โดย Accio Work แพลตฟอร์มเอเจนต์ AI ของ Alibaba บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจกำหนดบทบาทให้ AI และทำงานต่าง ๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ปัจจุบันมีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ทั่วโลกมากกว่า 10 ล้านแห่งดำเนินธุรกิจบนแพลตฟอร์ม Accio Work โดยจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นมากกว่า 30 เท่าภายในเวลาเพียงหนึ่งปี


ภาพถ่ายวันที่ 24 กันยายน 2569 ผู้เข้าชมชมการสาธิตทักษะการตัดเย็บเสื้อผ้าของหุ่นยนต์ในงานมหกรรมการค้าดิจิทัล
ระดับโลก (GDTE) ครั้งที่ 5 ณ เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน (ซินหัว)

“ที่ผ่านมา เราต้องจ้างบริการจากภายนอกหลายอย่าง แต่ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยี AI ทำให้เราสามารถดำเนินงานส่วนใหญ่ได้ด้วยตนเอง” นักธุรกิจชาวรัสเซียรายหนึ่งกล่าว พร้อมระบุว่า “ความรวดเร็วของจีนในการสร้างนวัตกรรมและนำเทคโนโลยีมาใช้นั้นน่าทึ่งมาก”

งานมหกรรมประจำปี 2569 มีพื้นที่จัดแสดงรวม 170,000 ตารางเมตร โดยผู้จัดแสดงสินค้าจากต่างประเทศมีสัดส่วนมากกว่า 20% ของผู้จัดแสดงทั้งหมด ขณะที่จำนวนพาวิลเลียนจากต่างประเทศยังมากกว่าจำนวนรวมของพาวิลเลียนจากต่างประเทศในงานครั้งก่อน ๆ ทั้งหมด

ตามแนวทางว่าด้วยการส่งเสริมการปฏิรูปและการพัฒนาเชิงนวัตกรรมด้านการค้าดิจิทัล ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 จีนตั้งเป้าให้สัดส่วนการค้าบริการที่สามารถส่งมอบผ่านระบบดิจิทัลต่อการค้าบริการทั้งหมดของประเทศเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 45% ภายในปี 2572 และมากกว่า 50% ภายในปี 2578


ภาพถ่ายวันที่ 24 กันยายน 2569 ผู้เข้าชมงานมหกรรมการค้าดิจิทัลระดับโลก (GDTE) ครั้งที่ 5 ณ เมืองหางโจว มณฑล
เจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน (ซินหัว)

เศรษฐกิจโทเคน (Token Economy)

หนึ่งในไฮไลต์ของงานมหกรรมปีนี้คือการเปิดตัวโซนจัดแสดงที่มีธีมเกี่ยวกับโทเคนเป็นครั้งแรก ซึ่งดึงดูดผู้เข้าชมจำนวนมากที่สนใจทำความเข้าใจเกี่ยวกับโทเคน ซึ่งเป็นหน่วยพื้นฐานที่โมเดล AI ใช้ในการประมวลผลข้อมูล และปัจจุบันได้กลายเป็นมาตรวัดระดับการพัฒนาอุตสาหกรรม รวมถึงเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการนำ AI มาใช้งาน

ในตลาดภายในประเทศ ความต้องการโทเคนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการขับเคลื่อนโครงการ “AI Plus” ของจีน และการขยายตัวอย่างรวดเร็วของการนำ AI เอเจนต์ (AI Agent) ไปใช้งาน

ข้อมูลจากสำนักบริหารข้อมูลแห่งชาติของจีนระบุว่า ตั้งแต่เดือนมีนาคมปีนี้ จำนวนการเรียกใช้โทเคนต่อวันทั่วประเทศทะลุ 140 ล้านล้านครั้ง เพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000 เท่าจากระดับ 1 แสนล้านครั้งในช่วงต้นปี 2567

โซนจัดแสดงธีมโทเคนได้นำเสนอเทคโนโลยีตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังการประมวลผล โมเดล AI ขนาดใหญ่ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น Qwen และ DeepSeek ไปจนถึงฮาร์ดแวร์อัจฉริยะ สะท้อนให้เห็นว่าโทเคนกำลังเปลี่ยนจากตัวชี้วัดทางเทคนิคอย่างรวดเร็วไปสู่สินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัลที่สามารถซื้อขายได้

หลี่ หยาง ผู้อำนวยการศูนย์นิทรรศการเศรษฐกิจระหว่างประเทศเจ้อเจียง กล่าวว่า “โซนดังกล่าวช่วยทำให้ความสามารถด้าน AI ที่เป็นนามธรรมมองเห็นและเข้าใจได้ง่ายขึ้น พร้อมช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานเข้าใจกลไกของการซื้อขายพลังการประมวลผล” โดยระบุว่า ในอดีตการค้าดิจิทัลมุ่งเน้นซอฟต์แวร์และข้อมูลเป็นหลัก ขณะที่บริการโทเคนช่วยให้สามารถวัดปริมาณและซื้อขายพลังการประมวลผลตามการใช้งานจริง ซึ่งก่อให้เกิดสินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัลรูปแบบใหม่

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า หากสามารถแก้ไขประเด็นสำคัญต่าง ๆ เช่น การวัดปริมาณ การกำหนดราคา และการบริหารจัดการได้ การส่งออกบริการโทเคนจะช่วยเปลี่ยนความเชี่ยวชาญที่จีนสั่งสมจากการประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมจริง ให้กลายเป็นบริการอัจฉริยะที่ลูกค้าทั่วโลกสามารถเข้าถึงและเรียกใช้ได้ตามความต้องการ


ภาพถ่ายวันที่ 24 กันยายน 2569 ผู้เข้าชมเยี่ยมชมบูธของคาซัคสถานในงานมหกรรมการค้าดิจิทัลระดับโลก (GDTE)
ครั้งที่ 5 ณ เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน (ซินหัว)

เวทีสานต่อการเจรจาระดับโลก

นอกเหนือจากการเป็นพื้นที่จัดแสดงเทคโนโลยีแล้ว งานมหกรรมดังกล่าวยังทำหน้าที่เป็นสะพานสำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศและการสร้างกลไกความร่วมมือ

การประชุมความร่วมมือระหว่างประเทศด้าน AI จีน-อาหรับ และการประชุม China-Arab Digital Dialogue ครั้งที่ 1 ของสหพันธ์เศรษฐกิจดิจิทัลอาหรับ (AFDE) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างงานมหกรรมในปีนี้ มีผู้เข้าร่วมจากทั้งในและต่างประเทศกว่า 200 คน โดยมีการลงนามโครงการความร่วมมือ 7 โครงการ มูลค่ารวม 255 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมหลากหลายสาขา อาทิ หุ่นยนต์และการผลิตอัจฉริยะ

Atef Ahmed Helmy ประธานสมัชชาใหญ่ของสหพันธ์เศรษฐกิจดิจิทัลอาหรับ (AFDE) กล่าวว่า จีนไม่ได้เป็นเพียงหุ้นส่วนทางการค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอาหรับในยุคต่อไป

งานมหกรรมในปีนี้ยังมีการจัดเวทีหารือเกี่ยวกับเขตเศรษฐกิจพิเศษของกลุ่ม BRICS โดยมุ่งเน้นความร่วมมือที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง โดยในปี 2568 จำนวนบริษัทจีนที่มีประวัติการค้ากับประเทศสมาชิก BRICS อื่น ๆ มีมากกว่า 300,000 แห่งเป็นครั้งแรก เพิ่มขึ้น 8.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน

นอกจากนี้ ศูนย์ความร่วมมือด้านเขตเศรษฐกิจพิเศษของกลุ่มประเทศ BRICS (China Center for Cooperation on Special Economic Zones in BRICS Countries) ได้เปิดตัวขึ้นที่เมืองหางโจวเมื่อปีที่แล้ว


ภาพถ่ายวันที่ 24 กันยายน 2569 ผู้เข้าชมเยี่ยมชมบูธของฮังการี ซึ่งเป็นประเทศเกียรติยศประจำงานมหกรรมการค้าดิจิทัล
ระดับโลก (GDTE) ครั้งที่ 5 ณ เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน (ซินหัว)

Ali Murtopo Simbolon รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงประสานงานด้านเศรษฐกิจแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย กล่าวว่า ศูนย์แห่งนี้ให้ความสำคัญกับความร่วมมือที่มุ่งผลในทางปฏิบัติ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และความเป็นหุ้นส่วนระหว่างประเทศสมาชิก

เก๋อ ชุ่นฉี ศาสตราจารย์จากสถาบันวิจัยการพัฒนาความทันสมัยแบบจีนแห่งมหาวิทยาลัยหนานไค ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคเหนือของจีน กล่าวว่า “จีนเริ่มก่อสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษตั้งแต่ช่วงแรก ๆ และประสบผลสำเร็จอย่างโดดเด่น เขตเศรษฐกิจพิเศษมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความทันสมัยของประเทศ”

Pedro Manuel Moreno รักษาการเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) กล่าวว่า “ที่ UNCTAD เราเชื่อว่าการค้าดิจิทัลควรเปิดกว้าง เป็นธรรม และมุ่งเน้นการพัฒนา ซึ่งจำเป็นต้องมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อและทักษะ ตลอดจนกฎเกณฑ์ที่ส่งเสริมนวัตกรรม พร้อมทั้งคุ้มครองการแข่งขัน ผู้บริโภค และความไว้วางใจ”

Pedro Manuel Moreno กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความร่วมมือกับจีน และยินดีต่อบทบาทของงานมหกรรมแห่งนี้ในการส่งเสริมการหารือ ความเป็นหุ้นส่วน และแนวทางแก้ไขปัญหาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง” พร้อมระบุว่า “UNCTAD พร้อมที่จะสานต่อและกระชับความร่วมมือนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น”