บันทึกบรรณาธิการ วันที่ 1: ก่อน APEC 2026 ฉันค้นพบอะไรที่ซ่อนอยู่หลังภาพเมืองเซินเจิ้น?

ภาพถ่ายวันที่ 19 ตุลาคม 2569 บรรยากาศระหว่างเยี่ยมชม ณ เขตอนุรักษ์ธรรมชาติป่าชายเลนฝูเถียน
(ภาพโดยดวงกมล สุขวิชาญชัย พีเพิลส์ เดลี่ออนไลน์)
วันแรกของการเดินทางมาทำข่าวที่เซินเจิ้น ก่อนที่เมืองแห่งนี้จะต้อนรับผู้แทนจากทั่วโลกในการประชุม APEC 2026 ดิฉันตั้งใจออกไปทำความรู้จักเมืองนี้ให้มากกว่าภาพของมหานครแห่งเทคโนโลยีและนวัตกรรม
สถานที่แรกที่ฉันเดินทางไปคือเขตอนุรักษ์ธรรมชาติป่าชายเลนฝูเถียน พื้นที่ธรรมชาติริมอ่าวที่ทำให้ฉันได้เริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้ด้วยมุมมองที่แตกต่างออกไป
เขตอนุรักษ์ธรรมชาติป่าชายเลนฝูเถียน — พื้นที่เล็ก ๆ ที่มีความหมายต่อชีวิตมากมาย
จากใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหว ดิฉันเดินทางต่อมายังป่าชายเลนฝูเถียน ที่นี่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญและเป็นจุดพักของนกอพยพตามเส้นทางเอเชียตะวันออก–ออสตราเลเซีย ในแต่ละปีมีนกอพยพเกือบหนึ่งแสนตัวแวะพักที่อ่าวเซินเจิ้น และมีการบันทึกพบนกทั้งหมด 273 ชนิด
เมื่อได้ทราบข้อมูลเหล่านี้ และได้มาสัมผัสด้วยตาตัวเองดิฉันนึกถึงการเดินทางของนกตัวเล็ก ๆ ที่ต้องบินข้ามพื้นที่และพรมแดนประเทศ เพื่อไปให้ถึงจุดหมาย สำหรับพวกมัน ป่าชายเลนแห่งนี้อาจไม่ใช่เพียงพื้นที่สีเขียวริมเมือง แต่เป็นจุดพักที่มีความหมายต่อการเดินทางและการมีชีวิตอยู่ของพวกมัน
ในฐานะบรรณาธิการชาวไทย ดิฉันรู้สึกใกล้ชิดกับเรื่องนี้ เพราะประเทศไทยก็มีป่าชายเลนและพื้นที่ชายฝั่งที่เป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตมากมาย การได้เห็นพื้นที่ธรรมชาติสำคัญแห่งนี้อยู่ท่ามกลางเมืองใหญ่ ทำให้ดิฉันกลับมาคิดถึงคำถามง่าย ๆ ว่า เมื่อเมืองเติบโตขึ้น เราจะรักษาพื้นที่ที่ชีวิตอื่น ๆ ต้องพึ่งพาไว้ได้อย่างไร
หนึ่งในนกสำคัญที่พบในอ่าวเซินเจิ้นคือนกช้อนหอยดำ (Black-faced Spoonbill) ซึ่งข้อมูลสำรวจปี 2026 ระบุว่า ทั่วโลกมีนกชนิดนี้ 7,746 ตัว และพบในอ่าวเซินเจิ้น 341 ตัว ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่าพื้นที่แห่งหนึ่งสามารถมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตที่เดินทางไกลเกินกว่าขอบเขตของเมืองหรือประเทศนั้น ๆ

ภาพถ่ายวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ผู้บรรยายให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ณ เขตอนุรักษ์ธรรมชาติป่าชายเลนฝูเถียน
(ภาพโดยดวงกมล สุขวิชาญชัย พีเพิลส์ เดลี่ออนไลน์)
อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้การลงพื้นที่ครั้งนี้น่าประทับใจ คือการได้ฟังผู้บรรยายถ่ายทอดเรื่องราวของสถานที่แห่งนี้อย่างละเอียด ตลอดการบรรยาย ดิฉันสัมผัสได้ถึงความตั้งใจในการอธิบายข้อมูลและพาผู้ฟังทำความเข้าใจเรื่องราวเบื้องหลังของสถานที่แห่งนี้ ไม่ใช่เพียงการบอกเล่าสิ่งที่เห็นตรงหน้า แต่ยังช่วยให้ดิฉันมองเห็นรายละเอียดและความหมายที่อาจมองข้ามไป
สำหรับดิฉัน การลงพื้นที่ทำข่าวไม่ได้มีเพียงการเก็บข้อมูลและบันทึกภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียนรู้ผ่านมุมมองของผู้คนที่มีความรู้เกี่ยวกับสถานที่นั้น เพราะบางครั้งการมีใครสักคนช่วยถ่ายทอดเรื่องราวอย่างตั้งใจ ก็ทำให้เราเข้าใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ภาพถ่ายวันที่ 19 ตุลาคม 2569 รูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของเติ้งเสี่ยวผิง ณ สวนสาธารณะเหลียนฮวาซาน
(ภาพโดยดวงกมล สุขวิชาญชัย พีเพิลส์ เดลี่ออนไลน์)
สวนสาธารณะเหลียนฮวาซาน — รำลึกถึงวันวาน เพื่อเข้าใจเซินเจิ้นในวันนี้
สถานที่ต่อมาที่ดิฉันได้มีโอกาสมาเยี่ยมชมนั่นคือสวนสาธารณะเหลียนฮวาซาน เมื่อขึ้นมาถึงจัตุรัสบนยอดเขาเหลียนฮวาซาน ภาพใจกลางเมืองเซินเจิ้นที่ทอดอยู่เบื้องหน้าทำให้ดิฉันหยุดมองอยู่ครู่หนึ่ง ที่นี่มีรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของเติ้งเสี่ยวผิง ผู้มีบทบาทสำคัญต่อการปฏิรูปและเปิดประเทศของจีน ยิ่งได้ยืนอยู่ตรงนี้ ก็ยิ่งทำให้ดิฉันอยากรู้ว่า เมืองที่เต็มไปด้วยอาคารสูงและความทันสมัยในวันนี้ ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาอย่างไรบ้าง
ภายในสวนยังมีพื้นที่รำลึกถึงการก่อตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่า ท่ามกลางเมืองที่เดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว ยังมีสถานที่ที่เก็บรักษาความทรงจำของการเดินทางที่ผ่านมาเอาไว้
ในฐานะนบรรณาธิการชาวไทยที่มาเยือนเซินเจิ้นก่อน APEC 2026 ดิฉันคิดว่า การทำความรู้จักเมืองเจ้าภาพไม่ใช่แค่การมองว่าเมืองนี้พัฒนาไปไกลแค่ไหน แต่คือการเข้าใจด้วยว่าอะไรอยู่เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น เพราะทุกเมืองไม่ได้มีเพียงภาพที่เราเห็นในวันนี้ แต่ยังมีเรื่องราวในอดีตที่ทำให้เมืองเป็นอย่างที่เป็น เบื้องหลังเมืองที่เติบโตอย่างรวดเร็วในวันนี้ มีทั้งประวัติศาสตร์ การตัดสินใจ และเส้นทางการพัฒนาที่หล่อหลอมเมืองแห่งนี้มา

ภาพถ่ายวันที่ 19 ตุลาคม 2569 บรรยากาศจัตุรัสบนยอดเขา ณ สวนสาธารณะเหลียนฮวาซาน
(ภาพโดยดวงกมล สุขวิชาญชัย พีเพิลส์ เดลี่ออนไลน์)
วันแรกของการลงพื้นที่ทำให้ดิฉันได้เห็นเซินเจิ้นสองด้าน ด้านหนึ่งคือเมืองที่ก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลง อีกด้านคือธรรมชาติที่ยังคงทำหน้าที่หล่อเลี้ยงชีวิตอยู่ท่ามกลางความเป็นเมือง
เมื่อเซินเจิ้นเตรียมต้อนรับ APEC 2026 ดิฉันอยากให้ผู้ชมชาวไทยได้เห็นมากกว่าเมืองแห่งเทคโนโลยี เพราะการทำความรู้จักเมืองหนึ่งอย่างแท้จริง ไม่ได้หมายถึงการรู้เพียงว่าเมืองนั้นมีอะไรใหม่ แต่ยังรวมถึงการเข้าใจว่าเมืองนั้นให้ความสำคัญกับอะไร และเลือกเก็บรักษาสิ่งใดไว้สำหรับอนาคต
การเดินทางวันแรกทำให้ดิฉันนึกถึงสำนวนจีนที่ว่า “前人栽树,后人乘凉” คนรุ่นก่อนปลูกต้นไม้ คนรุ่นหลังได้อาศัยร่มเงา ไม่ว่าจะเป็นการดูแลธรรมชาติหรือการพัฒนาเมือง สิ่งที่เราได้เห็นในวันนี้ล้วนเกิดจากการที่จีนลงมือทำและการสั่งสมจากคนรุ่นก่อน และเป็นสิ่งที่คนรุ่นต่อไปจะได้รับช่วงต่อไปเช่นกัน